<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064</id><updated>2011-04-22T06:15:09.623+07:00</updated><title type='text'>ENDLESS STORIES</title><subtitle type='html'>..Just some stories of mine that I'd like to share with you..</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>33</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-6441149424768334256</id><published>2008-02-28T12:27:00.004+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:15.660+07:00</updated><title type='text'>นิน เอ๋ย นินทา</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R8ZJ9M9DJ7I/AAAAAAAAAYQ/VAY4NnhfUv0/s1600-h/23257777.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5171902537879726002" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R8ZJ9M9DJ7I/AAAAAAAAAYQ/VAY4NnhfUv0/s320/23257777.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;สวัสดีส่งท้ายเดือนแห่งความรักครับ ในครั้งนี้ผมมีเรื่องชวนคิดชวนเข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์เรา เป็นเรื่องใกล้ที่เราปฏิบัติกันจนเคยชิน ซึ่งก็ตามชื่อเรื่องเลยครับ...นินทา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในหนึ่งวันที่ผ่านพ้นไป มันต้องมีบ้างสักช่วงขณะหนึ่งใช่มั้ยครับ ที่เราทุกคนต้องสัมผัสกับ &lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;การนินทา&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่นินทาเอง ได้ยินเขานินทากัน หรือแม้กระทั่งโดนนินทาเสียเอง ซึ่งกรณีหลังสุดนี้เป็นสิ่งที่เรามักจะโดนกระทำลับหลัง ไม่มีทางทราบได้ เว้นเสียแต่ว่ามันชัดเจนแบบระยะเผาขน หรือมีกบฏในวงนินทามาคาบข่าวมาฟ้องเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าให้ผมพูดอย่างเป็นกลางโดยไม่ได้มีอคติกับเพศใดเพศหนึ่ง จากประสบการณ์ตลอดชีวิตของผม การนินทามักพบได้บ่อยในกลุ่มสตรี (ทั้งสุภาพ และไม่สุภาพ) เนื่องจากสตรีเพศมักเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีกว่าบุรุษเพศ ในขณะที่พฤติกรรมที่พบได้บ่อยในบุรุษเพศคือการโอ้อวด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การนินทาเป็นอาจถือได้ว่าเป็นการแสดงออกทางอารมณ์ การระบายความอึดอัดคับแค้นใจ และสันทนาการยามว่าง (ที่ไม่สร้างสรรค์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความอ่อนโยนและอ่อนหวานกว่าบุรุษเพศ การนินทา ถือเป็นหนทางตอบโต้การกระทำที่ขัดใจที่ง่ายและปราศจากความรุนแรงสำหรับสตรีเพศ ในขณะที่บุรุษเพศซึ่งนิยมความรุนแรงมากกว่า มักจะตอบโต้โดยการใช้กำลัง ไม่ว่าจะโดยทันที หรือสะสมความแค้นแล้วชำระรวบยอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในบางครั้งบุรุษเพศก็มีส่วนร่วมในการนินทา หากหัวข้อในการนินทาเป็นเรื่องโด่งดังที่ใครๆ ก็กล่าวถึง (หรือ Talk of the Town) เป็นเรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตโดยตรง หรืออยากแสดงความคิดเห็นเพื่อแก้ไขหรือเพิ่มเติมคำครหา (ผู้อื่น) ที่กำลังดำเนินการอยู่ แต่อาจเป็นเพียงแค่ส่วนร่วมในช่วงเวลาสั้นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท้ายสุดแล้ว การนินทา เป็นหนึ่งใน โลกธรรม ๘ ตามหลักพระพุทธศาสนาที่ประกอบไปด้วย &lt;span style="color:#ffff00;"&gt;สุข-ทุกข์&lt;/span&gt;/ &lt;span style="color:#99ff99;"&gt;ลาภ-เสื่อมลาภ&lt;/span&gt;/ &lt;span style="color:#000099;"&gt;ยศ-เสื่อมยศ&lt;/span&gt;/ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;สรรเสริญ-นินทา&lt;/span&gt; ซึ่งแฝดทั้งสี่คู่นี้เป็นแปดสิ่งที่อยู่คู่มนุษย์โลกเรามาช้านาน และเป็นสิ่งที่มนุษย์เราหลายๆ คนมองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าหากเราเรียนรู้ที่จะอยู่และทำความเข้าใจกับแปดสิ่งนี้ พร้อมทั้งรู้จักยับยั้งชั่งใจให้ไม่นินทา (หรือนินทาแต่พอสมควร และสมเหตุสมผล) ได้ สิ่งที่เป็นเสมือนก้อนหินก้อนดินอันแสนหนักที่อกเราต้องแบกรับไว้อาจจะแปรสภาพเป็นอากาศอันแสนเอาบาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;และเมื่อใจเราสบาย กายเราก็เป็นสุข&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:85%;"&gt;&lt;br /&gt;**เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเขียนขึ้นเองจากประสบการณ์ และจินตนาการของตัวผมเอง ไม่ได้พาดพิงถึงบุคคล กลุ่มบุคคล องค์กร หรือสถาบันใดๆ ทั้งสิ้นครับ**&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-6441149424768334256?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/6441149424768334256/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=6441149424768334256' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/6441149424768334256'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/6441149424768334256'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2008/02/blog-post.html' title='นิน เอ๋ย นินทา'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R8ZJ9M9DJ7I/AAAAAAAAAYQ/VAY4NnhfUv0/s72-c/23257777.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-5191123567318821739</id><published>2008-01-27T13:12:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:16.238+07:00</updated><title type='text'>ภาษากาย</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;โลกของเราประกอบไปด้วยผู้ชนหลายชาติหลายภาษาและก็เป็นที่แน่นอนว่าต่างก็มีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ดังนั้นการสื่อสารของแต่ละชาติก็จะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไปถึงแม้ว่าจะเป็นคำหรือวิธีเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเองได้เจอคนหลายชาติ..หลายชาติจริงๆ ครับ แม้ว่าจะไม่ได้ถามว่ามาจากไหน แต่จากรูปลักษณ์สัณฐานและภาษา ก็สามารถบอกได้ว่าต่างชาติ ถ้าหากให้ไปถามถึงสัญชาติด้วยละก็ ผมว่าคงเกือบๆ จะถึงหลักร้อยแล้วล่ะครับ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5160035815225417826" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5whPCLN4GI/AAAAAAAAAX4/J1FJtZDVSsg/s200/icf_logo.gif" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อพูดถึงการสื่อสาร ผมเจอการสื่อสารที่ชวนงงเนื่องด้วยความแตกต่างของวัฒนธรรมมาแล้วครับ ถ้าพูดถึงภาษาพูดหรือภาษาเขียนนั้น มันคงไม่ยากเพราะมีพจนานุกรมให้หาคำตอบ แต่เมื่อมันมาเป็นภาษากายนี่สิครับ มันทำเอาผมงงไปเลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอยกตัวอย่างชาติที่ผมและคนอื่นๆ เจอกันเป็นปกติแล้วกันนะครับ เป็นชาติอันแสนคลาสสิก ซึ่งก็คือกลุ่มชาวเอเชียใต้ หรือ พูดอย่างไม่ค่อยให้เกียรติเขาว่า “แขก” &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5160035819520385138" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5whPSLN4HI/AAAAAAAAAYA/KpHkH4mPFb0/s200/india.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;การตอบรับด้วยการแสดงท่าทางของคนในวัฒนธรรมนี้จะแปลกหน่อยสำหรับบ้านเราครับ เพราะว่าเมื่อใดที่เราไปถามคำถามเขา แล้วเขาตอบว่าใช่ แทนที่จะพยักหน้าเหมือนที่เราปฏิบัติกัน กลับเป็นการพยักหน้าแต่ไปกันคนละทางกับเราครับ คือแทนที่จะพยักหน้าขึ้นลง กลับกลายเป็นว่าเขาทำไปในทางซ้ายขวาแทน ซึ่งไม่ใช่ส่ายหน้าที่หันหน้าไปซ้ายขวานะครับ เขากระดกไปทั้งศีรษะเลยทีเดียว ถ้าจะให้เปรียบเทียบก็คงเหมือนๆ กับตุ๊กตาเสียกบาลที่คอติดสปริงแล้วกระดกหัวไปซ้ายขวานั่นแหละครับ ซึ่งถ้าไม่เคยทราบมาก่อน คำตอบที่ได้มันก็จะก้ำกึ่งระหว่าง ใช่ และ ไม่ใช่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกวันนี้เวลาผมเห็นเขาตอบด้วยภาษากายแบบนี้ทีไร ผมอดขำไม่ได้ทุกทีครับ &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกชาติหนึ่ง ซึ่งเป็นชาติที่ล้ำหน้าทางเทคโนโลยีประจำทวีปเรา ซึ่งก็คือญี่ปุ่นครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นที่ทราบกันดีว่าคนญี่ปุ่นนั้นมีวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึกมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษและยังคงรักษาสืบทอดมาจนถึงยุคปัจจุบันได้อย่างน่าชื่นชม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สิ่งหนึ่งที่เด่นชัดสำหรับคนญี่ปุ่น คือความสุภาพอ่อนน้อมครับ เพราะฉะนั้นเวลาเขาทำอะไรก็ค่อนข้างจะเกรงใจและทำอะไรอย่างค่อยๆ และทะนุถนอม รวมถึงพิถีพิถัน และด้วยมรกดทางวัฒนธรรมอันนี้ ทำให้เขาโค้งคำนับกันเป็นเรื่องปกติ &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5160035819520385154" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5whPSLN4II/AAAAAAAAAYI/tHpQ8_6QY2s/s200/627259058_676012911_70e68bb90cd2869cd079be65f6008a9833926082.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีอยู่ครั้งหนึ่งครับ ขณะทำงาน และบริการผู้โดยสารด้วยเครื่องดื่ม และเดินถามไปเรื่อยๆ เพื่อหาตัวผู้ประสงค์จะดื่มเครื่องดื่มที่ผมกำลังเสนออยู่ ผมสบตาผู้โดยสารหลายๆ คน เขาผงกหัวอย่างนิ่มนวล เพื่อตอบรับคำถามของผม แต่...เมื่อผมทำท่าจะให้เครื่องดื่มกับพวกเขา กลับกลายเป็นว่าเมื่อกี๊เขาปฏิเสธข้อเสนอของผม ไม่ได้ตอบรับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมคราวเจอกลุ่มคนอินเดีย เขาทำท่ากึ่งส่ายหน้าเวลาตอบรับ แต่ทำไมคราวนี้คนญี่ปุ่นผงกหัวลงเพื่อปฏิเสธ??&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันเป็นเรื่องของความแตกต่างของวัฒธรรมอันละเอียดอ่อนนั่นเองครับ (อันนี้ไม่รวมถึงนิสัยของแต่ละชาติที่มีทั้งดีและไม่ดีปนๆ กัน)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่ผ่านมาผมเพิ่งแค่สองวัฒนธรรมนี้ที่โดดเด่นจนบางครั้งพอย้อนไปคิดแล้วก็อดหัวเราะกับตัวเองไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมยังคงมีโอากสได้พบเจอความแปลกและแตกต่างจากคนที่มาจากต่างวัฒนธรรมอีกเรื่อยๆ ครับ มันเป็นความสนุกสำหรับผมที่ได้เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ของเพื่อนๆ ร่วมโลก และคราวหน้าถ้าผมได้เจอเรื่องแปลกๆ ผมจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกแน่นอนครับ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-5191123567318821739?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/5191123567318821739/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=5191123567318821739' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/5191123567318821739'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/5191123567318821739'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2008/01/blog-post_9044.html' title='ภาษากาย'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5whPCLN4GI/AAAAAAAAAX4/J1FJtZDVSsg/s72-c/icf_logo.gif' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-437452043911243888</id><published>2008-01-27T11:20:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:16.580+07:00</updated><title type='text'>วิ่งตามตะวัน</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ผมขอต่อยอดจากเรื่อง &lt;em&gt;ศิลปะบนท้องฟ้า&lt;/em&gt; นะครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้ายังพอจำกันได้ผมเคยบอกกับคุณผู้อ่านไว้ว่า ท้องฟ้าจากมุมสูงนั้น สวยสู้มุมต่ำไม่ได้ มีเพียงสิ่งเดียวที่สวยกว่าคือภาพดวงอาทิตย์เผยตัวเองให้ผืนโลกเห็นบนเส้นขอบโลก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมหาโอกาสเก็บภาพดีๆ ได้ยาก เพราะว่าผมเห็นภาพเหล่านั้นในฐานะผู้ปฏิบัติงาน ไม่ใช่ผู้โดยสาร แต่ล่าสุดครับ...ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นใจ ผมเลยได้โอกาสเก็บภาพที่ผมว่านี้มาให้ชมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากความรู้สมัยเด็กๆ เราก็ทราบกันดีว่าโลกหมุนรอบตัวเองไปทางทิศตะวันออก ทำให้เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และลับฟ้าในทิศตรงกันข้าม และการวิ่งตามดวงอาทิตย์นี้ คือเดินทางไปยังทิศที่ดวงอาทิตย์ประจำอยู่ ซึ่งก็คือทิศตะวันออกนั่นแหละครับ งงๆ นิดหน่อยนะครับ เพราะว่าไม่ทราบว่าจะพูดให้เข้าใจยากทำไม เอาเป็นว่าผมวิ่งเข้าไปหาดวงอาทิตย์เหมือนกับชื่อเรื่องนั่งเองครับ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5160008275895115858" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5wIMCLN4FI/AAAAAAAAAXw/IAbIfCx1z_k/s200/DSCN9044.JPG" border="0" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ก่อนจะเจอตัวดวงอาทิตย์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5160008271600148546" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5wILyLN4EI/AAAAAAAAAXo/k0TczWl3fnE/s200/DSCN9050.JPG" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;อาทิตย์บนเส้นขอบฟ้า&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5160008263010213938" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5wILSLN4DI/AAAAAAAAAXg/0ht5FzdrURg/s200/DSCN9052.JPG" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-437452043911243888?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/437452043911243888/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=437452043911243888' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/437452043911243888'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/437452043911243888'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2008/01/blog-post_27.html' title='วิ่งตามตะวัน'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5wIMCLN4FI/AAAAAAAAAXw/IAbIfCx1z_k/s72-c/DSCN9044.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-7340635439508573141</id><published>2008-01-24T18:46:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:20.019+07:00</updated><title type='text'>ศิลปะบนท้องฟ้า</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;สวัสดีปีหนูครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ผมต้องขออภัยที่ผมทำตัวล่องหนไปนานครับ เนื่องจากว่าพักหลังๆ นี้เวลาการทำงานของผมเริ่มจะถี่มากขึ้น แต่ละเดือนเมื่อไดัรับตารางการทำงาน ก็จะพบว่ามันค่อนข้างดำ (เพราะมีตัวหนังสือพิมพ์เยอะ) เวลาหยุดของระหว่างไฟลท์ก็มีเพียงแค่หนึ่งวัน ซึ่งต้องสละมาทำธุระส่วนตัว และที่สำคัญครับ ผมมีขี้อยู่หนึ่งประเภทติดตัว ซึ่งมันก็คือ "ขี้เกียจ" เลยทำให้ได้แต่เขียนเรื่องเอาไว้หลายเรื่อง แล้วก็หยุดมันซะตั้งแต่บทนำ เพราะคิดว่ากว่าจะจบคงอีกหลายหน้า เลยขี้เกียจเขียนเสียอย่างนั้น&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;พอสมควรสำหรับข้อแก้ตัวครับ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;เรื่องของเรื่องคือว่า ผมชอบท้องฟ้ากับก้อนเมฆ เพราะว่ามันเป็นงานศิลปะอันงดงามที่ธรรมชาติเข้าใจสรรค์สร้างขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ และที่สำคัญครับ ภาพแต่ละภาพมีเพียงชิ้นเดียวในโลกเท่านั้น เนื่องจากก้อนเมฆเป็นสสารไม่มีรูปทรงที่แน่นอน แถมแสงสีของดวงอาทิตย์ในแต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน บางครั้ง โดยเฉพาะเวลาผมขับรถไปทำงาน (ในช่วงกลางวัน) ผมก็จะมองไปบนท้องฟ้าดูเจ้าก้อนสีขาวๆ เหล่านี้ และถ้าหากว่าวันไหนที่ต้องตื่นเช้า ผมก็จะมองไปนอกหน้าต่างเพื่อดูท้องฟ้าเช่นกัน เป็นความโชคดีที่หน้าต่างห้องผมหันไปทางทิศตะวันออกครับ เลยมีโอกาศได้เห็นสีอันสดใสในยามเช้า และในเวลาที่ฝนตก ผมก็ยังคงมองไปบนท้องฟ้า เพื่อมองหาแหล่งของพลังงานไฟฟ้าที่วิ่งเล่นอยู่บนท้องฟ้าอย่างอิสระเสรี &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;จริงอยู่ที่อาชีพของผมต้องคลุกคลีกับท้องฟ้าและก้อนเมฆ แต่มันเป็นการยากครับ ที่จะไปนั่งมองผ่านหน้าต่างเครื่องบินเพื่อสำรวจก้อนเมฆเหล่านี้ แถมมุมที่เห็นจากข้างบนก็พูดได้เลยครับว่าไม่ค่อยสวย เมื่อเทียบกับมุมที่มองมาจากพื้นดิน เพราะว่าเครื่องบินบินอยู่เหนือก้อนเมฆ แถมยังต้องบินหลบเมื่อเจอเมฆก้อนใหญ่ๆ ครับ เพราะมันเป็นตัวทำให้การเดินทางไปราบรื่น หรืออาจถึงขั้นทำให้เมาเครื่องบินกันเลยทีเดียวครับ &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่สวยกว่า คือ ภาพดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นบนเส้นขอบฟ้า ในเวลาที่ผมทำงานข้ามคืนแล้วไปถึงที่หมายในตอนเช้า&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;มาดูกันดีกว่าครับว่าธรรมชาติของเราสร้างสรรค์งานศิลปะบนท้องฟ้าได้สวยขนาดไหน ขอบอกไว้ก่อนนะครับว่า บางรูปผมต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งภาพของก้อนเมฆ ซึ่งบังเอิญมาอยู่ในสายตาขณะกำลังขับรถอยู่ครับ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;ฟ้ายามเช้า...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159016649550847842" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iCTyLN32I/AAAAAAAAAV4/tga6Pli6-qM/s200/DSCN7286.JPG" border="0" /&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159015481319743314" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iBPyLN31I/AAAAAAAAAVw/syXiM1pKGMI/s200/DSCN7277.JPG" border="0" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159021696137420722" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iG5iLN37I/AAAAAAAAAWg/mgNK1iEaEls/s200/DSCN7789.JPG" border="0" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159021704727355330" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iG6CLN38I/AAAAAAAAAWo/huZeBHFVtoQ/s200/DSCN7878.JPG" border="0" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159021709022322642" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iG6SLN39I/AAAAAAAAAWw/qtSE0DCKIww/s200/DSCN8859.JPG" border="0" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159015477024776002" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iBPiLN30I/AAAAAAAAAVo/0ZF4MiHPRYY/s200/DSCN6592.JPG" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;ท้องฟ้าสีทอง... &lt;/div&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159016662435749762" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iCUiLN34I/AAAAAAAAAWI/FUnCa_-pWoM/s200/DSCN7301.JPG" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159023311045124130" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iIXiLN4CI/AAAAAAAAAXY/qxsq7_zH6l0/s200/DSCN7288.JPG" border="0" /&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;เมฆฝนตั้งเค้า...&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159023293865254882" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iIWiLN3-I/AAAAAAAAAW4/uPZ5avsirSg/s200/Image521.jpg" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159023302455189522" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iIXCLN4BI/AAAAAAAAAXQ/D333QeZ6eGw/s200/Image157.jpg" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;br /&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;สายฟ้ากลางสายฝน...&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159021691842453410" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iG5SLN36I/AAAAAAAAAWY/ylH8-ETTv5I/s200/DSCN7450.JPG" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;...ฟ้าหลังฝน&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159016671025684370" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iCVCLN35I/AAAAAAAAAWQ/hKZ5yKaezsY/s200/DSCN7447.JPG" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;ยามเย็น..&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159015464139874098" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iBOyLN3zI/AAAAAAAAAVg/1Cd3BFJdWPw/s200/DSCN5099.JPG" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;หลบแดด&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159023298160222194" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iIWyLN3_I/AAAAAAAAAXA/haNiK63yV7s/s200/Image206.jpg" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5159023302455189506" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iIXCLN4AI/AAAAAAAAAXI/UArvGQLDDXc/s200/Image188.jpg" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-7340635439508573141?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/7340635439508573141/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=7340635439508573141' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7340635439508573141'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7340635439508573141'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2008/01/blog-post.html' title='ศิลปะบนท้องฟ้า'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R5iCTyLN32I/AAAAAAAAAV4/tga6Pli6-qM/s72-c/DSCN7286.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-7899856187288528117</id><published>2007-12-29T15:20:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:20.243+07:00</updated><title type='text'>ทั่วไทยในวันเดียว</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;ด้วยอาชีพที่ต้องเดินทางเป็นหลักมันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ผมมีโอกาสเห็นและสัมผัสกับสิ่งต่างบ้านต่างเมืองอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในประเทศและต่างประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนก็อิจฉาที่ผมได้เดินทางบ่อย แต่ผมว่าเรื่องเที่ยวมันเป็นแค่ผลพลอยได้ของการทำงานครับ เพราะหน้าที่หลักมันไม่ใช่ไปเที่ยวแต่เป็นการไปสร้างความสุขความสบายให้กับคนที่เราไม่รู้จัก &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5149309205542617250" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R3YFcLMEQKI/AAAAAAAAAVQ/aV1gVd8Hnwk/s200/plane.gif" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;ถ้าถามผมตรงๆ ว่าระหว่างในประเทศกับต่างประเทศ อะไรดีกว่ากัน ผมเองก็ตอบไม่ได้ครับ เพราะว่าความแตกต่างทางชาติ ภาษา และวัฒนธรรม มันเป็นนามธรรมมาที่ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ ไปต่างประเทศมันก็ดีตรงที่ได้เปิดหูเปิดตา กับได้ลองชิมอาหารรสชาติต้นฉบับ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบการทำงานภายในประเทศมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถึงแม้ว่ามันอาจจะฟังดูไม่ไฮโซฯ เท่าไหร่นัก แต่ผมบอกได้คำเดียวครับว่า ในประเทศนี่แหละเด็ดสุดแล้ว เนื่องด้วยภาษาสื่อสารที่ไม่ต้องแปลและตีความ (ใครทำตัวน่ารักก็รู้ ใครทำตัวให้รังเกียจก็เห็นได้ทันที) อาหารการกินที่อร่อยถูกปาก และเป็นการทำงานที่ง่ายและรวดเร็ว (เร็วจริงๆ ครับ เพราะโดยเฉลี่ยแล้วมันไม่ค่อยจะเกิน 1 ชั่วโมง)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีอยู่หนหนึ่งครับ ผมไปทำงานในประเทศ ซึ่งหนึ่งในสามวันนั้น ผมเดินทางทั่วประเทศเลยทีเดียว เพราะในตอนเช้าผมตื่นนอนที่เชียงใหม่ แล้วไปกินข้าวเที่ยงตอนบ่านต้นๆ พร้อมกับซื้อของปลอดภาษีที่ภูเก็ต เสร็จแล้วก็แวะนั่งพักกับหาอะไรรองท้องที่กรุงเทพฯ ก่อนที่จะปิดฉากของวันนั้นด้วยการไปหาอะไรกินรอบดึกและเข้านอนที่ขอนแก่น &lt;/p&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5149309209837584562" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R3YFcbMEQLI/AAAAAAAAAVY/Y59rdwjO9mk/s200/thailand-map3.gif" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;จบจากวันนั้นมาผมลองมาย้อนคิดดูก็อดคิดไม่ได้ว่ามันแปลกดี ที่ในหนึ่งวันผมไปซะทั่วประเทศเลยครับ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่มีภาคตะวันออกกับตะวันตกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็ตาม แล้วนอกจากนี้มันยังพาลให้ผมคิดไปอีกครับว่า ประเทศไทยมีอะไรดีๆ เยอะแยะมากมายที่ผมยังไม่รู้ และไม่เห็น ถ้าไม่เชื่อลองมานั่งนับดูสิครับ ว่า 76 จังหวัดในประเทศไทย เราไปมาครบรึยัง &lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-7899856187288528117?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/7899856187288528117/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=7899856187288528117' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7899856187288528117'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7899856187288528117'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/12/blog-post_29.html' title='ทั่วไทยในวันเดียว'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R3YFcLMEQKI/AAAAAAAAAVQ/aV1gVd8Hnwk/s72-c/plane.gif' height='72' width='72'/><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-2126342039859544223</id><published>2007-12-22T21:30:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:21.396+07:00</updated><title type='text'>ขี้</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;ขี้ เมื่อเป็นคำนาม คือ ของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการแล้วขับถ่ายออกมาทางทวารต่างๆ เช่น ขี้ไคล ขี้เล็บ&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5146832899198435458" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R205QLMEQII/AAAAAAAAAVA/aYqs3NKDO6k/s200/sweat.jpg" border="0" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;ขี้ ยังหมายถึงเศษหรือกากที่ออกมาจากสิ่งนั้นๆ เมื่อใช้ร่วมกับสิ่งของ เช่น ขี้เลื่อย ขี้กบ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5146834307947708562" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R206iLMEQJI/AAAAAAAAAVI/y1Yiu-_k2Hc/s200/ManSawing.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ขี้ สามารถใช้ประกอบหน้าคำ เพื่อแสดงความหมายที่ไม่ดี หรือมักเป็นเช่นนั้น เช่น ขี้เกียจ ขี้โมโห&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5146832405277196386" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R204zbMEQGI/AAAAAAAAAUw/rhACkzDMfBI/s200/sleepingGirl.jpg" border="0" /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;สรุปแล้วขี้มันคือของไม่ดี&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;มีมันอยู่ที่ไหน ก็มีแต่เรื่องลำบากที่นั่น&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;เมื่อทราบเช่นนี้แล้วคุณยังอยากจะมี "ขี้" ติดอยู่กับตัวอีกมั้ยครับ &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5146832405277196402" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R204zbMEQHI/AAAAAAAAAU4/hXvRc-rgB-E/s200/unchi.gif" border="0" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-2126342039859544223?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/2126342039859544223/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=2126342039859544223' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/2126342039859544223'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/2126342039859544223'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/12/blog-post_22.html' title='ขี้'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R205QLMEQII/AAAAAAAAAVA/aYqs3NKDO6k/s72-c/sweat.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-7786362932080140234</id><published>2007-12-14T23:31:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:23.462+07:00</updated><title type='text'>ฟาดเคราะห์</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ผมเดินทางไปนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และโดยปกติ ผมมักจะตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เพื่อที่จะได้เตรียมจัดกระเป๋าไปให้เหมาะสม และจากการตรวจสอบเวบไซต์พยากรณ์อากาศเจ้าประจำ (&lt;a href="http://www.accuweather.com)/"&gt;http://www.accuweather.com)/&lt;/a&gt; ก็ทราบว่าอุณหภูมิที่เซี่ยงไฮ้อยู่ที่ประมาณ 8-12°C ครับ และมีฝนตกในวันที่ผมไปถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากประสบการณ์หนาวสะท้านกายที่กรุงโซล ประเทศเกาหลี ซึ่งมีอุณหภูมิถึงขั้นติดลบ มันได้สอนผมเอาไว้ว่าอุณหภูมิติดลบที่น่ากลัว ผมยังอยู่ได้ และเสื้อกันหนาวที่จัดไปคราวนั้นก็อุ่นเกินพอดี แถมกินเนื้อที่ในกระเป๋าผมอย่างไม่น่าให้อภัย คราวนี้ผมเลยตัดสินใจว่าไปเซี่ยงไฮ้คราวนี้เตรียมเสื้อผ้าไปนิดเดียว แค่เสื้อแขนยาวกับเสื้อแจ๊กเก็ตกันลมกันฝนก็พอ ในเมื่ออุณหภูมิต่างกันตั้งเกือบ 10 องศา สบายๆ อยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การตัดสินใจของผมคราวนี้ผมเองไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ครับ เพราะเสื้อผ้าที่เตรียมไปนั้นมันพอจริงๆ...พอที่จะทำให้ผมแข็งตาย!! คิดดูสิครับว่าเสื้อแจ๊กเก็ตผ้าร่มที่กันลมได้นั้น พอเจออากาศเย็นเข้าไป เนื้อผ้าก็เย็นตามอากาศไปด้วย มันหนาวสะท้านได้อย่างสะใจจริงๆ ครับ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5143867950130020290" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R2KwpbMEP8I/AAAAAAAAATg/TGq2-o8ajhs/s200/Shivering_200.gif" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่ฝ่าฟันกับอากาศที่หนาวเข้ากระดูกแสนทรมาน ผมไปเดินเล่นที่ตลาดใต้ดินชื่อว่าเสี้ยนหยาง ซึ่งโดยปกติแล้วผมเป็นคนไม่ค่อยช้อปปิ้ง เพราะฉะนั้นการต่อรองราคาก็อาจจะไม่ชำนาญเท่าไหร่นัก แต่ไปเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ผมตั้งใจจะไปซื้อผ้าพันคอฝากสักสี่ห้าผืนกลับมาฝากแม่และเพื่อนผู้หญิงซึ่งหาได้ไม่ยากเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าใครมีประสบการณ์ไปเที่ยวเมืองจีนคงจะทราบกันดีนะครับว่าพ่อค้าแม่ขายของชาตินี้นั้นเขาเกิดมาเพื่อตื้อและบอกผ่านจริงๆ ผมไปซื้อผ้าพันคอมาห้าผืน ผืนละ 50 หยวน หรือประมาณ 200 บาท ซึ่งราคาขายตามป้ายที่เขาติดไว้คือ 280 หยวน ดูเขาสิครับ ช่างเอาเปรียบผู้บริโภคเสียนี่กระไร แต่ 50 หยวนก็ใช่ว่าจะถูก เพราะว่าคนอื่นๆ เขาซื้อได้ในราคาผืนละ 10 หยวนน่ะสิครับ แต่ก็เอาเถอะครับ คราวนี้ผมไปคนเดียว ไม่กล้าจะต่อกรกับแม่ค้า ถ้าไปกับเพื่อนอีกคน ผมต่อเหลือแค่ 10 หยวนแน่นอน &lt;/p&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5143867945835052978" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R2KwpLMEP7I/AAAAAAAAATY/dYyCqsAyAOo/s200/ist2_2431541_pashmina_scarves.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากเดินให้เมื่อยขาเล่นที่ตลาดเสี้ยนหยาง ผมก็เดินทางกลับโรงแรม แต่รถบัสมาถึงช้าไปประมาณห้านาทีเท่านั้น ผมกับเพื่อนอีกสองคนนี้เลยคลาดกับเพื่อนร่วมงานอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังเดินไปหาข้าวเย็นกินกัน พยายามเดินหาตามร้านอาหารแถวๆ โรงแรม แต่ก็หาตัวกันไม่เจอครับ ทำให้ผมและเพื่อนอีกสองคนไปลงเอยที่ร้านอาหารญี่ปุ่นตรงข้ามโรงแรม ซึ่งเขาว่ากันว่าอร่อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ทราบเหมือนกันครับ “เขา” ที่ว่ากันว่าอร่อยนี้คือใคร เพราะผมและเพื่อนๆ รู้สึกผิดหวังอย่างสาหัส เพราะนอกจากจะไม่อร่อยมาเป็นทุนเดิมแล้ว จะให้ปรุงเท่าไหร่ก็ไม่อร่อยเช่นกัน แต่ไม่เป็นไรครับ ถือว่ามาลองกันให้ทราบ &lt;/p&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5143872661709144082" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R2K07rMEQBI/AAAAAAAAAUI/ZahVLAB-Or8/s200/tb_genki_ramen_tempura.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากนั้นผมและเพื่อนอีกสองคนนี้ก็ไปเดินเล่นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตข้างๆ โรงแรมซึ่งมีชื่อว่า Century Mart ผมว่าหน้าตาก็คล้ายๆ กับ Tesco Lotus บ้านเรา เพียงแต่ว่าอาจจะเล็กกว่าสักหน่อย ซึ่งแน่นอนครับ สินค้าที่นั่นล้วนแต่ Made in China ทั้งสิ้น ผมเดินมองผ่านๆ แล้วในใจก็คิดว่ามันก็น่าสนใจนะ แต่ว่าถ้าหากอ่านฉลากสินค้าไม่ออกก็ไม่ขอลองดีกว่า เลยซื้อแต่ขนมครับ เผอิญว่ามันเป็นสินค้าของบริษัทกูลิโกะ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในบ้านเรา ผมเลยซื้อขนมที่แปลกกว่าที่บ้านเราเป็นของติดไม้ติดมือ &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5143873301659271202" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R2K1g7MEQCI/AAAAAAAAAUQ/avUi28ddiO0/s200/untitled.bmp" border="0" /&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;ห้านาทีให้หลัง หลังจากซื้อเสร็จและกำลังเดินออกจากห้าง ปรากฏว่าผมหากระเป๋าสตางค์ตัวเองไม่เจอครับ เทถุงซื้อของออกมาก็หาไม่เจอ เลยต้องวิ่งแจ้นกลับไปที่แคชเชียร์ ผมมองๆ หาดูก็ไม่มี และกว่าจะสื่อสารกันได้ก็หืดแทบขึ้นคอ แต่โชคดีที่มีพนักงานห้างคนหนึ่งพูดภาษาอังกฤษได้ เขาช่วยไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้ครับ และผลปรากฏว่า ผมเองประมาทที่ลืมกระเป๋าสตางค์ไว้บนโต๊ะแคชเชียร์ เหตุที่ผมลืมนั้นก็เพราะว่าตอนเขาทอนเศษเงินมา ผมจะขอเขาแลกเป็นธนบัตรใบใหญ่แต่สื่อสารกันยากเลยชี้โบ๊ชี้เบ๊อยู่สักพักนึง จนลืมไปเลยว่าตั้งกระเป๋าสตางค์ไว้ &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5143867941540085666" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R2Kwo7MEP6I/AAAAAAAAATQ/xZ8FbXEPGuI/s200/22289343.jpg" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;ที่น่าเจ็บใจคือสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ก็คือ คนซื้อของคนถัดจากผมเป็นคนสอยกระเป๋าสตางค์ของผมไปเองครับ แถมยังเดินตามหลังแบบหายใจรดคอผมเลยก็ว่าได้ ในตอนที่ผมเดินออกมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต แทนที่เขาจะทักว่าผมลืมของ เขากลับหยิบมันเข้ากระเป๋ากางเกงเขาไปเอง ซึ้งครับซึ้ง แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ประชาชนบ้านเขาปากกัดตีนถีบ และเงินทองก็ไม่เข้าใครออกใคร &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="justify"&gt;พอทราบว่ากระเป๋าสตางค์หาย เพื่อนร่วมงานคนไต้หวันของผมไม่รอช้าครับ รีบพาผมไปแจ้งความที่สถานีตำรวจทันที ไม่ใช่เพราะว่าอยากได้ของคืน แต่เพื่อเป็นการป้องกันเผื่อว่าคนที่หยิบกระเป๋าสตางค์ผมไปจะนำบัตรประชาชนของผมไปปลอมแปลง แล้วทำให้ผมเดือดร้อนในภายหลัง เป็นสิ่งที่น่าประทับใจมากครับ และอีกอย่างหนึ่ง คือ พนักงานโรงแรมที่เป็นผู้จัดการประจำกะกลางคืน ก็ช่วยประสานงานและเป็นกำลังใจให้ตลอด ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่งานของเขาก็ตาม แต่ติดอยู่ตรงที่นายตำรวจเซี่ยงไฮ้คนนึงที่เหมือนจะไม่ช่วยเหลือแล้วยังจะโวยวายต่างๆ นานาลั่นโรงพัก แต่ผมคิดเสียว่าฟังไม่เข้าใจเลยไม่ใส่ใจดีกว่าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคราะห์ที่ผมฟาดไปคราวนี้หนักพอควรครับ เพราะเงินในกระเป๋าสตางค์นั้น รวมๆ กันแล้วก็ประมาณแปดพันกว่าบาทครับ รวมถึงบัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็ม บัตรประชาชนและใบขับขี่ เงินน่ะผมไม่ค่อยเสียใจมากครับ เพราะว่าคิดเสียว่าไปทำงานการกุศล แต่ที่เสียอารมณ์คือต้องตามอายัติบัตรเครดิต และบัตรเอทีเอ็ม แล้วต้องตามทำบัตรสำคัญต่างๆ ครับ &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5143871536427712514" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R2Kz6LMEQAI/AAAAAAAAAUA/YHnAVYjxskU/s200/1cardio-wallet.jpg" border="0" /&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;ขณะที่ผมเขียนเรื่องนี้ไป ผมก็มานับๆ ดูแล้ว ผมว่าคราวนี้ผมฟาดเคราะห์ไปหลายงวดทีเดียวเชียว ตั้งแต่ซื้อของแพง ทานอาหารไม่อร่อย แถมยังทำเงินหายอีก เป็นเพราะความสะเพร่าของผมเองแท้ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อย่างไรก็ดี มีชั่วเจ็ดที ก็ย่อมมีดีเจ็ดหนครับ เพราะวันที่ผมเดินทางกลับหัวหน้างานของผมทนสงสารผมไม่ได้ เขาไปรวบรวมเงินจากเพื่อนๆ ร่วมงานสิบกว่าคน มาเป็นเงินปลอบใจผม ซึ่งก็นับว่าเป็นมูลค่าหลายบาทอยู่ ซึ่งเมื่อมาหักลบกลบหนี้กับเงินที่ซื้อของและหายไปด้วย ก็เท่ากับว่าเงินผมหายไปราวๆ สามพันบาทเศษ ก็นับว่ายังไม่แย่เสียทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5143868860663087090" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R2KxebMEP_I/AAAAAAAAAT4/CcwI3uXWC0U/s200/2003-11-20_gauge_745_951.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;การฟาดเคราะห์ครั้งนี้เป็นบทเรียนแสนแพง...แพงที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมได้รับกลับมาคือความประทับใจของคนไทยที่มีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อคนไทยด้วยกันประหนึ่งพี่น้องร่วมสายเลือด (รวมถึงพี่คนไต้หวันที่ช่วยเหลือผมทุกอย่าง จนผมตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก) เพราะฉะนั้นเกิดเป็นคนไทยด้วยกันก็รักกันไว้เถิดครับ ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุการณ์คับขันก่อนแล้วค่อยมาแสดงความรักต่อกันและกัน อย่างนี้บ้านเมืองเราคงน่าอยู่ขึ้นเยอะครับ&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5143875277344227378" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R2K3T7MEQDI/AAAAAAAAAUY/BmLdJg39sww/s200/267527_2044911386.jpg" border="0" /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-7786362932080140234?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/7786362932080140234/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=7786362932080140234' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7786362932080140234'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7786362932080140234'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/12/blog-post.html' title='ฟาดเคราะห์'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R2KwpbMEP8I/AAAAAAAAATg/TGq2-o8ajhs/s72-c/Shivering_200.gif' height='72' width='72'/><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-6567996847743274704</id><published>2007-12-11T15:04:00.000+07:00</published><updated>2007-12-11T15:12:55.691+07:00</updated><title type='text'>มิตรรักแฟนเพลง และขาประจำบล็อก Endless Stories ครับ</title><content type='html'>เนื่องด้วยเดือนนี้มีวันหยุดหลายวันประจวบกับภาระกิจที่ถาโถมเข้ามาหาผมในเวลาเดียวกัน เป็นเหตุให้การเล่าเรื่องของผมต้องล่าช้าหรืออาจจะถึงขั้นชะงักไประยะหนึ่ง ต้องขออภัยมิตรรักแฟนเพลงและขาประจำของบล็อกนี้ไว้เป็นอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทันทีที่กิจธุระของผมเสร็จสิ้นและเวลาของผมลงตัวเมื่อไหร่ ผมจะรีบกลับมาอัพเดทบล็อกให้ทุกท่านได้รับความเพลิดเพลินต่ออย่างเร็วไวครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขออภัยที่ทำให้ขาดตอนครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-6567996847743274704?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/6567996847743274704/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=6567996847743274704' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/6567996847743274704'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/6567996847743274704'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/12/endless-stories.html' title='มิตรรักแฟนเพลง และขาประจำบล็อก Endless Stories ครับ'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-8722919857594171263</id><published>2007-11-27T18:26:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:23.965+07:00</updated><title type='text'>พลาด (อีกแล้ว)</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;คืนวันที่ผมไปดูละครเวทีเรื่อง Cats ผมไปแวะไปเดินเล่นฆ่าเวลาใน B2S ก่อนจะถึงเวลาแสดง ซึ่งก็ไม่ได้เหลือมากมายเท่าไหร่หรอกครับ แต่พอดีผมอ่านหนังสือของคุณหนูดี (วนิษา เรซ) ซึ่งอยู่ในช่วงเนื้อหาเรื่องการทำ Mind Map® ก็เลยร้อนวิชาครับ ไปหาซื้อสีเมจิก ไว้เผื่อว่าวันไหนว่างๆ จะลองบริหารสมองละเลง Mind Map® ดู (ซึ่งจนถึงวินาทีนี้ก็ยังไม่ได้ทำครับ) &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5137480875496013330" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0v_owBNfhI/AAAAAAAAASw/1ZQF3F8nPXo/s200/AE009.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากความต้องการสีเมจิกที่เกิดจากความร้อนวิชาแล้ว ผมลงทุนซื้อซีดีของ Nelly Furtado มาด้วย ซึ่งปกติที่ผ่านมาผมมักก่อโจรกรรม ไปซื้อแผ่นผีซีดีเถื่อนมาฟัง เพราะมันถูกกว่ากันสามถึงสี่เท่า แต่พักนี้ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่ผมควรจะเคารพสิทธิทางปัญญา เหตุที่ผมไปซื้อเพราะมีวันนึงผมได้ฟังเพลงของศิลปินคนนี้ในรถของเพื่อน แล้วเกิดติดใจครับ ผมหยิบซีดีขึ้นมาดู พลิกดูด้านหลัง แต่ละเพลงน่าสนใจทั้งนั้น &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5137480879790980642" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0v_pABNfiI/AAAAAAAAAS4/2a-0AdrwuH8/s200/loose300.jpg" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;อัลบั้ม Loose ของ Nelly Furtado ที่ผมตั้งใจจะซื้อ&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;ด้วยเวลาที่มีจำกัด เพราะใกล้ถึงเวลาของละครเวที ผมรีบคว้าซีดี Nelly Furtado แล้วไปจ่ายเงินทันที &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;เวลาผ่านพ้นไป ผมเพลิดเพลินกับละครเวที (และยังจะซื้อซีดีเพลงประกอบละครเวทีเรื่อง Cats เพิ่มอีก) และเมื่อละครเวทีจบ ผมก็กลับบ้าน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปรากฏว่าผมพลาดครับ ด้วยเวลาที่มีน้อยใน B2S ทำให้ผมพลาด แทนที่ผมจะซื้อซีดีของ Nelly Furtado อัลบั้ม Loose ที่ผมตั้งใจไว้ ผมกลับไปหยิบซีดีอีกแผ่นหนึ่ง ซึ่งเป็นซีดีเพลงบันทึกคอนเสิร์ตของ Nelly Furtado แทน...เศร้าครับเศร้า ในใจก็คิดว่าไม่เป็นไรหรอก พรุ่งนี้หรือไม่ก็มะรืนนี้ค่อยไปเปลี่ยน แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิครับ เพราะนึกได้ว่าทาง B2S เขาไม่ได้ให้ใบเสร็จผมมาด้วย &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5137480884085947954" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0v_pQBNfjI/AAAAAAAAATA/yj_9pRN7fy8/s200/untitled.bmp" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;อัลบั้ม Loose in Concert ที่ผม"พลาด"ซื้อมา&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="justify"&gt;แต่ทำไงได้ครับ เสียเงินซื้อทรัพย์สินทางปัญญามาแล้ว ลองฟังเพลงของเขาดูสักหน่อยจะเป็นไร (แต่ในใจตอนนั้นคิดว่าสมน้ำหน้าตัวเองว่า "เป็นไงล่ะ อยากซื้อทรัพย์สินทางปัญญานักใช่มั้ย") เมื่อฟังแล้วมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากอัลบั้ม Loose ของเขาหรอกครับ เพียงแต่จะบรรยากาศในคอนเสิร์ตแทนที่จะเป็นในห้องบันทึกเสียง ฟังๆ ไปแล้วผมว่ามันก็เข้าท่าดีเหมือนกันนะ ได้ความรู้สึกไปอีกแบบเหมือนกับว่าอยู่ในคอนเสิร์ตเลยครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อไม่กี่วันนี้ผมเพิ่งจะเล่าเรื่อง “เขตหวงห้าม” ไปหยกๆ มาคราวนี้ผมก็ดันทำพลาดในเรื่องเล็กๆ อีกจนได้ ยังดีนะครับ ที่ความผิดพลาดครั้งนี้ทำให้ผมได้รับอรรถรสดนตรีในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ก็อย่างว่าแหละครับผมจะจำเรื่องนี้เอาไว้เป็นบทเรียน จะได้ไม่ประมาทในการซื้อของครั้งต่อๆ ไปครับ &lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-8722919857594171263?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/8722919857594171263/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=8722919857594171263' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/8722919857594171263'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/8722919857594171263'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/11/blog-post_542.html' title='พลาด (อีกแล้ว)'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0v_owBNfhI/AAAAAAAAASw/1ZQF3F8nPXo/s72-c/AE009.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-2498428492378456832</id><published>2007-11-27T00:05:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:25.266+07:00</updated><title type='text'>ไปดูแมวเหมียวเต้นระบำ</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt; ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสองซึ่งเป็นวันลอยกระทงที่ผ่านมา แทนที่ผมจะไปเพิ่มมลภาวะทางน้ำ ผมเลือกที่จะไปชมละครเวทีบรอดเวย์เรื่อง Cats ซึ่งหอบเวทีมาจัดแสดงที่เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ และถือว่าเป็นละครบรอดเวย์เรื่องแรกในชีวิตของผมเลยครับ &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5137201333254585810" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0sBZQBNfdI/AAAAAAAAASQ/fMiaFKFMZ1k/s200/cats---the-musical-11395%255B1%255D.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ผมลงทุนซื้อบัตรแพง นั่งอยู่แถวที่เก้าจากข้างหน้า และขอสารภาพว่าผมพกพล้องส่องทางไกลอันเล็กๆ ไปด้วยครับ เอาไว้กันเหนียว เผื่อว่าโรงมันใหญ่จนมองเห็นอะไรไม่ค่อยชัด (จากประสบการณ์การซื้อบัตรราคาประหยัดในหลายๆ การแสดงที่ผ่านมาแล้วเห็นนักแสดงตัวเท่าหัวไม้ขีด) แต่ผิดคาดครับ แถวที่ผมนั่งนั้นเป็นชัยภูมิที่ดีทีเดียวเชียว ไม่ไกลแต่ก็ไม่ได้ใกล้มากจนมองไม่เห็นภาพรวม ผมสามารถเห็นหน้าตาของนักแสดงบนเวทีได้อย่างชัดเจนจนแทบจะนับสิวเขาได้เชียวล่ะ &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5137201363319356930" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0sBbABNfgI/AAAAAAAAASo/FIUW_pjhN_0/s200/Cats%2520photo%2520for%2520web.jpg" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;บรรดาเหล่าแมวเมียวผู้มาชุมนุมในงาน Jellicle Ball&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;ละครเวทีเรื่อง Cats นี้ได้ใจผมมากเลยครับ ไม่ใช่เป็นเพราะผมเป็นคนรักแมว แต่เป็นเพราะเสน่ห์แห่งความเป็นบรอดเวย์บวกกับองค์ประกอบของเวทีที่มีซอกหลืบอยู่เต็มไปหมด นักแสดงสามารถปีนขึ้น ปีนลง มุดช่องนู้น ออกช่องนี้ กระโจนเข้าช่องนั้น ได้ทั้งเวที และการแต่งกายของนักแสดงไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ก็ให้ความรู้สึกว่าพวกเขาคือ”แมว”ครับ แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการที่นักแสดงเดินออกมาตามทางเดินจากด้านหลังโรงละครในช่วงเปิดการแสดง และมีการเดินผ่านและเล่นกับคนดูเป็นระยะๆ ระหว่างดำเนินเรื่อง ซึ่งให้ความรู้สึก”เข้าถึงคนดู”เป็นอย่างมากครับ นอกจากนี้นักแสดงยังร้องเพลง Memory อันโด่งดัง เป็นภาษาไทยให้คนไทยประทับใจเล่นอีกหนึ่งช่วงด้วยครับ &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt; &lt;/p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5137201359024389618" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0sBawBNffI/AAAAAAAAASg/MDFjd3ptjvM/s200/cats_gr.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="center"&gt;Gizabell อดีตแมวผู้เลอโฉม ผู้ขับขานเพลง Memory &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้แหละครับ ที่ทำให้ละครเวทีเรื่องนี้อยู่คู่บรอดเวย์มากว่ายี่สิบปี แล้วผมยังคิดต่ออีกครับว่าที่จริงแล้วคนไทยก็มีศักยภาพที่จะจัดการแสดงเช่นนี้ครับ เพียงแต่ต้องเปิดใจกว้าง กล้าลองสิ่งใหม่ๆ ไม่ต้องห่วงภาพพจน์และเลิกยึดติดกับความคิดเดิมๆ อาจจะมีบ้างที่จะต้องลงทุนมากขึ้นอีกสักหน่อย แต่ถ้าหากทำได้ ไม่ว่าจะเป็นละครเวที คอนเสิร์ต หรือการแสดงไหนๆ พี่ไทยเราสู้ต่างชาติได้แน่นอน&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt; &lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-2498428492378456832?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/2498428492378456832/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=2498428492378456832' title='9 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/2498428492378456832'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/2498428492378456832'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/11/blog-post_27.html' title='ไปดูแมวเหมียวเต้นระบำ'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0sBZQBNfdI/AAAAAAAAASQ/fMiaFKFMZ1k/s72-c/cats---the-musical-11395%255B1%255D.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>9</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-1139508252917294212</id><published>2007-11-26T11:01:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:25.820+07:00</updated><title type='text'>ไปทำอะไรที่โรงแรม?!?</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;ร่างกายและสมองของคนเรามักจะทำอะไรแปลกๆ ทั้งๆ ที่เราเองไม่รู้ตัว ผมเองก็เคยตกเป็นเหยื่อของจิตใต้สำนึกของตัวเองครับ แต่เมื่อมองย้อนไปแล้วก็อดขำไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่าในช่วงที่ผมเป็นนักศึกษา ผมมักจะเรียนวิชาเดียวกับเพื่อนคนนึงซึ่งชื่&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0pGDwBNfXI/AAAAAAAAARg/Dq6s17A13UM/s1600-h/quiz.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5136995355213004146" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 93px; CURSOR: hand; HEIGHT: 118px" height="128" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0pGDwBNfXI/AAAAAAAAARg/Dq6s17A13UM/s200/quiz.gif" width="93" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;อโบว์อยู่เสมอโดยเฉพาะช่วงปี 2 และ ปี 3 (ขออภัยโบว์ที่นำชื่อมากล่าวในเรื่องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต) และมีอยู่วันหนึ่งขณะที่ผมนั่งเรียนอยู่ และอาจารย์ประจำวิชาก็แจ้งว่าจะมี Quiz ในครั้งต่อไป ผมเลยหันไปหาโบว์ซึ่งนั่งเรียนติดกันว่าจะโทรศัพท์คุยกันและติวเนื้อหาที่จะมี Quiz โดยผมนัดกับโบว์ไว้ว่าให้โบว์โทรมาหาผมช่วงเย็นๆ ราวๆ หกโมงครึ่งของคืนก่อนหน้าที่จะมี Quiz&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังเลิกเรียนของวันที่ผมนัดโบว์ไว้ ผมก็กลับบ้าน และขณะนั้นเป็นเวลาราวห้าถึงหกโมงเย็น ซึ่งมันยังไม่ถึงเวลานัดของผมครับ ผมจึงงีบหลับรอเวลา...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เวลาผ่านไป ผมตื่นมาอีกทีตอนสองทุ่มครึ่งครับ ผมงงว่าทำไมไม่มีโทรศัพท์มาปลุก ผมจึงรีบเช็คดูโทรศัพท์มือถือ เปิดดูสายที่ไม่ได้รับก็ปรากฏว่าไม่มีครับ...เอาแล้ว เพื่อนผมผิดนัด...และด้วยความงอน ผมเลยไม่โทรกลับไป ค่อยไปคุยกับโบว์ในวันรุ่งขึ้นแล้วกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้าวันต่อมา ผมก็ทำ Quiz ไปตามเท่าที่ผมอ่านหนังสือ ซึ่งก็ทำได้ปกติดีครับ เพียงแต่ว่าถ้าหากติวกับเพื่อน คงจะไม่ต้องเสียเวลามาอ่านคนเดียว และหลังจาก Quiz ผมก็เลยหันไปแซวโบว์เรื่องผิดนัด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ผม: ไหนบอกว่าจะโทรไปติวหนังสือกันไง ผิดนัดนี่&lt;br /&gt;โบว์: ก็เธอมัวแต่อยู่ที่โรงแรมเราก็เลยไม่กล้าโทรไปกวน&lt;/span&gt;&lt;/em&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0pKogBNfYI/AAAAAAAAARo/N3MvYt55ygE/s1600-h/puzzled.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5137000384619707778" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 115px; CURSOR: hand; HEIGHT: 118px" height="89" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0pKogBNfYI/AAAAAAAAARo/N3MvYt55ygE/s200/puzzled.gif" width="111" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; โบว์ตอบคำถามของผมพร้อมหัวเราะด้วยความขำขัน แต่ผมงงครับ งงว่าโรงแรมอะไร ทำไมต้องโรงแรม ว่าแล้วก็ไม่รอช้า ผมรีบสืบเรื่องจากโบว์ทันทีซึ่งโบว์เล่าว่าโบว์โทรไปหาผมตามเวลาที่นัดไว้เป๊ะ แต่พอผมรับกลับได้ยินเสียงผมที่แสนจะงัวเงีย ซึ่งบทสนทนาระหว่างผมกับโบว์ในขณะนั้นเป็นดังนี้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ผม: (เสียงงัวเงีย) ฮัลโหล&lt;br /&gt;โบว์: ฮัลโหล เธออยู่ไหน&lt;br /&gt;ผม: อยู่โรงแรม&lt;br /&gt;โบว์: อยู่โรงแรม? ไปทำอะไรที่โรงแรม?!?&lt;br /&gt;ผม: นอนดิวะ!!!&lt;br /&gt;โบว์: โอเคๆ งั้นเราไม่กวนแล้วล่ะ&lt;br /&gt;ผม: เออ!&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปได้ว่าผมละเมอครับคุณผู้อ่าน แล้วละเมอได้น่าเกลียดด้วย มิน่าล่ะครับ โทรศัพท์มือถือของผมถึงไม่ได้มีหมายเลขที่ไม่ได้รับ เพราะผมรับโทรศัพท์ไปโดยไม่รู้ตัว และจนทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันครับ ว่าทำไมต้องโรงแรม &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5136994719557844306" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0pFewBNfVI/AAAAAAAAARQ/wqYWavNDOn8/s200/h1sciQsleepTalk.gif" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="justify"&gt;สิ่งเดียวที่ผมรู้ก็คือร่างกายคนเรามักจะเล่นกลกับเราเสมอครับ ผมกำลังรออยู่ว่ากลต่อไปที่ร่างกายและสมองของผมจะเล่นคืออะไร เผื่อว่าคราวหน้าผมจะได้มีเรื่องแปลกๆ มาเล่าสู่กันฟังครับ&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-1139508252917294212?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/1139508252917294212/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=1139508252917294212' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/1139508252917294212'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/1139508252917294212'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/11/blog-post_26.html' title='ไปทำอะไรที่โรงแรม?!?'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0pGDwBNfXI/AAAAAAAAARg/Dq6s17A13UM/s72-c/quiz.gif' height='72' width='72'/><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-1476939394507153896</id><published>2007-11-21T11:38:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:26.524+07:00</updated><title type='text'>เขตหวงห้าม</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0O3KgBNfNI/AAAAAAAAAQQ/8IiSb3GkQds/s1600-h/200119047-001.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5135149391154085074" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0O3KgBNfNI/AAAAAAAAAQQ/8IiSb3GkQds/s200/200119047-001.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; เมื่อวานนี้ผมได้รับมอบหมายจากคุณแม่ของผมให้เป็นตัวแทนคุณแม่ไปเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ฟังดูไม่ยากเย็นอะไร แต่เมื่อวานนี้เป็นวันที่ผมตั้งใจเอาไว้ว่าจะเสพบ้านน่ะสิครับ เลยรู้สึกว่าผิดแผน แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ด้วยความเป็นบุตรที่ดี มีหรือที่จะปฏิเสธ (แต่บ่นไปหลายยก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเดินทางของผมครั้งนี้ผมอาศัยความสะดวกสบายของบริการรถสาธารณะครับ เพราะผมจะเป็นหนึ่งในผู้ช่วยลดมลภาวะโลกร้อน ฟังดูดีมั้ยครับ แต่ที่จริงแล้วมันเป็นเหตุผลรอง เพราะเหตุผลหลักจริงๆ คือผมขี้เกียจขับรถ ขี้เกียจไปหาที่จอดรถ และไม่อยากจะเติมน้ำ&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0O3mwBNfRI/AAAAAAAAAQw/1IxLceoLSUc/s1600-h/40914499_NoEntry.jpg"&gt;&lt;/a&gt;มันรถที่ใกล้หมดเต็มที สรุปรวบยอดแล้วก็คือขี้เกียจนั่นเอง แต่อยากสร้างเหตุผลที่ดูดีด้วยการขมวดเหตุผลทุกอย่างกลับไปสู่ประเด็นโลกร้อนยอดฮิต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกเหนือจากต้องไปเป็นตัวแทนไปเยี่ยมผู้ป่วยแล้ว คุณแม่ของผมมีคำขอร้องพิเศษครับ คือให้ซื้อซุปไก่สกัดไปเยี่ยม และต้องเป็นกระเช้าเท่านั้น เอาล่ะสิครับ ทำไมต้องทำให้มันยากด้วยครับคุณแม่?!?&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0O3LABNfPI/AAAAAAAAAQg/2AmYjMii0Po/s1600-h/corporate-wine-gift-basket.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เมื่อไปถึงโรงพยาบาลจุฬาฯ ผมก็ศึกษาแผนที่โรงพยาบาลเพื่อจะได้ทราบว่าตึกที่ผมควรไปตั้งอยู่ส่วนไหน และเมื่อทราบแล้ว ผมก็ไม่รอช้า มุ่งหน้าไปยังที่หมายทันที และระหว่างทางผมก็ได้กวาดสายตาหาร้านค้าที่จำหน่ายกระเช้าเยี่ยมผู้ป่วย&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5135150104118656306" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 186px; CURSOR: hand; HEIGHT: 180px; TEXT-ALIGN: center" height="200" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0O30ABNfTI/AAAAAAAAARA/XNk-y4K42vI/s200/corporate-wine-gift-basket.jpg" width="201" border="0" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;ความรู้สึกของการเดินในโรงพยาบาลจุฬาฯของผมครั้งนี้ บอกตรงๆ ครับ ว่าเหมือนเดินในโบราณสถานที่หนึ่ง เพราะตึกแต่ละตึกนั้นเก่าเหลือเกิน ลำพังตึกเก่านี่ยังพอมองผ่านได้บ้างครับ แต่ป้ายของแต่ละตึกนี่สิครับ มันเก่าจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระหว่างที่เดินไปพลาง มองหาร้านค้าไปพลาง ผมก็คุยโทรศัพท์ไปด้วยเพื่อเป็นการแก้เขินในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย และทันใดนั้น ผมก็เห็นทางเข้าไปในร้านค้าเล็กๆ ผมเลยมีความหวังว่าต้องมีกระเช้าขายเป็นแน่ แต่เขาทำให้ผมผิดหวังครับ เพราะมีแต่ขนม เครื่องดื่มและผลไม้ ผิดจากสเปคที่คุณแม่ผมสั่งไว้ และผมก็รู้สึกว่าในขณะที่ผมก้าวเข้าไปในนั้น คนแถวนั้นต่างจับตามองมาที่ผม แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรครับ ยังสนทนากับเพื่อนทางโทรศัพท์ต่อไป&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;ผมเดินไปจนถึงที่หมาย แต่ไร้ซึ่งกระเช้าเยี่ยมผู้ป่วย ซึ่งครั้นจะไปเยี่ยมตัวเปล่าๆ เลย ก็รู้สึกผิด ก็เลยเดินวนไปวนมาอยู่พักใหญ่ ถามคนที่นั่นไปเรื่อยๆ ว่ามีที่ไหนขายกระเช้าบ้าง แต่เมื่อไปตามทางที่เขาบอกก็ปรากฏว่าไม่มีครับ เหมือนโดนกลั่นแกล้ง แต่ในที่สุด ด้วยความพยายามที่มีเข้ามาเป็นระยะๆ ผมก็สอบถามจนได้มาซึ่งกระเช้า ก็ไม่เชิงกระเช้าเสียทีเดียว แต่เป็นกิฟท์เซ็ทซุปไก่สกัด ที่หน้าตาพอใช้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;เมื่อภาระกิจกระเช้าของผมเสร็จสิ้น ผมก็สะสางภาระกิจที่เหลือซึ่งก็คือไปเยี่ยมผู้ป่วย ระหว่างทางที่ผมเดินไปผมเดินผ่านร้านค้านั้นที่ผมกล่าวมาแล้วเป็นรอบที่สอง แต่คราวนี้ผมเห็นอะไรมากกว่าแค่ทางเข้าครับ เขามีป้ายติดไว้ข้างประตูซึ่งเขียนว่า “&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เขตหอพักพยาบาล ห้ามบุคคลภายนอกเข้า&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;” เท่านั้นแหละครับ ผมก็เลยถึงบางอ้อทราบได้ทันทีว่าเหตุที่คนแถวนั้นเขามองผมนั้นก็เป็นเพราะผมเข้าไปในสถานที่ที่ผมไม่ควรเข้าไปนี่เอง &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5135150091233754402" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0O3zQBNfSI/AAAAAAAAAQ4/U1rckVOkRK4/s200/40914499_NoEntry.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;เหตุการณ์ครั้งนี้สอนผมว่าอย่ามองข้ามสิ่งเล็กๆ แม้ว่ามันจะเก่าสักแค่ไหน ซึ่งในที่นี้ก็คือป้ายห้ามเข้าอันเก่าแก่ที่เขาแขวนไว้หน้าประตูนั่นเอง และนอกจากนี้ยังสอนให้ผมเป็นคนช่างสังเกตในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยมากขึ้นครับ&lt;/p&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5135150967407082818" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0O4mQBNfUI/AAAAAAAAARI/AYcaIXohtOw/s200/DetectiveLooking.bmp" border="0" /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-1476939394507153896?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/1476939394507153896/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=1476939394507153896' title='13 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/1476939394507153896'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/1476939394507153896'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/11/blog-post_21.html' title='เขตหวงห้าม'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0O3KgBNfNI/AAAAAAAAAQQ/8IiSb3GkQds/s72-c/200119047-001.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>13</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-6455475761362891612</id><published>2007-11-19T23:41:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:27.269+07:00</updated><title type='text'>สะกดจิต</title><content type='html'>&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5134592793457294482" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0G88QBNfJI/AAAAAAAAAPw/XpirZRJbh-c/s200/hypnosis.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;จากประสบการณ์การ ”เมา” ที่ผมได้เล่าไว้ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบเมื่อสองเรื่องก่อน ครั้งนี้ผมกลับมายืนยันครับว่าทุกวันนี้ผมก็ยังมีอาการเมาอยู่ จะมากจะน้อยแล้วแต่วัน และผมเคยปรึกษาแพทย์ถึงอาการเมานี้ว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้ผมหลุดพ้นจากความทรมานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นี้โดยไม่ต้องพึ่งยา และคำตอบที่คุณหมอได้ให้กับผมก็คือให้ผมอดทนครับ...เหมือนที่เดาคำตอบไว้ในใจไม่มีผิด เพราะว่าการเมาเครื่องบินนี้เกิดจากความไม่เคยชินของร่างกายอย่างที่ผมกล่าวไป และต้องใช้เวลาให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมนั้น ซึ่งถ้าใช้ยาก็จะทำให้การปรับตัวของร่างกายช้าลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เท่านั้นยังไม่พอครับ ผมถามย้อนกลับถามคุณหมอว่ามีวิธีอื่นอีกมั้ย ซึ่งก็มีครับ คือการว่ายน้ำ หลังจากได้ยินคำตอบ ผมก็คิดในใจอีกรอบครับว่าถ้าว่ายน้ำแล้วหายจริงมันก็หมูๆครับ ผมจะไปแข่งทศกรีฑาเลยจะได้หายเมาไวๆ แต่มันไม่ใช่ครับ มันไม่ใช่การว่ายน้ำธรรมดา สิ่งที่คุณหมอแนะนำคือการตีลังกาใต้น้ำซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนการเมาเครื่องบิน และเมื่อทำบ่อยๆ ก็จะชินไปเอง แต่เอาเข้าจริงลำพังจะไปว่ายน้ำก็ขี้เกียจแล้ว จะให้ไปตีลังการอีก ยิ่งสร้างความขี้เกียจให้ผมเข้าไปใหญ่ &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5134592784867359858" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0G87wBNfHI/AAAAAAAAAPg/a8RTWAXP8s0/s200/boy.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;คำแนะนำของคุณหมอทำให้ความฝันของผมสลายไปเสียอย่างนั้น และในเมื่อมันต้องจำใจรับสภาพ ผมก็เลยหาวิธีแก้อาการเมาด้วยตัวเองเสียเลย ซึ่งมันไม่ต้องพึ่งยา ไม่ต้องมีความสามารถพิเศษใดๆ และไม่ต้องใช้ไสยศาสตร์มนต์ดำ มันคือการ“สะกดจิต”ตัวผมเองครับ มันสะดวกกว่าวิธีใดๆ เพียงแต่ว่ามันยากแค่นั้นเองครับ ยากพอๆ กับการฝึกนั่งสมาธิใหม่ๆ เลยล่ะ ผมลองแล้วปรากฏว่าได้ผลดีครับ พออาการมันเริ่มวูบมา ผมก็เริ่มบอกกับตัวเองว่า “ไม่เมา ไม่เมา ไม่เมา...” เชื่อมั้ยครับว่ามันหายเมาจริงๆ มันอาจจะไม่ได้ผลทุกครั้ง แต่ถึงอย่างไรผมก็ยังเชื่อมั่นในการสะกดจิตตัวเองครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การสะกดจิตนี้ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้กับหลายกิจกรรมในชีวิตประจำวันครับ เพราะการทำอะไรทุกๆ อย่างมันมีส่วนประกอบหลักอยู่สองสิ่ง คือ &lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0G-oQBNfLI/AAAAAAAAAQA/YpyjRbazsyo/s1600-h/hypnotize.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5134594648883166386" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0G-oQBNfLI/AAAAAAAAAQA/YpyjRbazsyo/s200/hypnotize.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;กายกับใจ ซึ่งถ้ากายมันไหวแต่ใจมันสั่งว่าไม่ไหว มันก็จะไม่ไหวจริงๆ แต่ถ้าหากว่าเราลองเปลี่ยนให้ใจคิดว่าเรายังทำได้ เชื่อหรือไม่ครับว่าเราจะทำได้อย่างที่ใจสั่งจริงๆ ดีไม่ดีอาจจะทำได้เกินคาดด้วยซ้ำไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0G88gBNfKI/AAAAAAAAAP4/SNzjeUCBdSQ/s1600-h/hypnotize.bmp"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ผมมองว่าการสะกดจิตตัวเองนี้ไม่ต่างอะไรไปจากพุทธศ&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0HDbQBNfMI/AAAAAAAAAQI/JREL4uEenOk/s1600-h/heart.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5134599923103005890" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0HDbQBNfMI/AAAAAAAAAQI/JREL4uEenOk/s200/heart.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;าสนสุภาษิตที่ว่า “&lt;em&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;อตฺตาหิ อตฺตโนนาโถ...ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน&lt;/span&gt;”&lt;/em&gt;ครับ พูดแบบง่ายๆ ก็คือไม่มีใครจะสามารถทำอะไรให้เราได้ดีและถูกใจเท่าตัวเราเอง  ลองนำวิธีการที่ไม่ต้องไปรบกวนใครวิธีนี้มาลองใช้กับชีวิตประจำวันของคุณดูสิครับ แล้วคุณจะทราบถึงความสามารถของจิตเราที่โดนสะกดด้วยตัวเราเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-6455475761362891612?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/6455475761362891612/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=6455475761362891612' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/6455475761362891612'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/6455475761362891612'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/11/blog-post_19.html' title='สะกดจิต'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/R0G88QBNfJI/AAAAAAAAAPw/XpirZRJbh-c/s72-c/hypnosis.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-6547738520319846465</id><published>2007-11-13T15:41:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:27.530+07:00</updated><title type='text'>ร.เรือพายไป (ไหน?)</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/Rzlrel1tiHI/AAAAAAAAAPQ/s9NKJaryax4/s1600-h/korkai_01.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5132251423663032434" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/Rzlrel1tiHI/AAAAAAAAAPQ/s9NKJaryax4/s200/korkai_01.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; “ก.เอ๋ย ก.ไก่ ข.ไข่ในเล้า ฃ.ฃวดของเรา ค.ควายเข้านา... ฮ.นกฮูกตาโต” ถ้าเราย้อนเวลากลับไปในช่วงที่เราเริ่มต้นชีวิตวัยประถม การท่องอักษรไทยทั้ง 44 ตัวนี้เป็นสิ่งที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นกิจวัตรเลยก็ว่าได้ แต่เคยสงสัยกันมั้ยครับว่าทำไมปัจจุบันนี้เราเหลือใช้กันเพียง 42 ตัว พอจะนึกออกมั้ยครับสองตัวอักษรที่หายไปคืออะไร...มันคือ ฃ.ขวด กับ ฅ.คน ไงครับ เท่าที่ผมทราบเนี่ย สาเหตุของการหายตัวไปของสองตัวอักษรนี้ เป็นเพราะเครื่องพิมพ์ดีดไม่มีที่ว่างเพียงพอสำหรับอักษรไทย สระและพยัญชนะทั้งหมด และด้วยความที่ ฃ.ขวด และ ฅ.คน มีการออกเสียงคล้าย ข.ไข่ และ ค.ควาย สองตัวอักษรนี้ต้องกลายเป็นอักษรผู้เสียสละไป แต่เท่าที่ผมทราบ นักภาษาศาสตร์ได้ให้ข้อมูลว่า ฃ.ขวด และ ฅ.คน นี้ ไม่ได้ออกเสียงเหมือน ข.ไข่ และ ค.ควายเสียทีเดียว เพราะจะมีการสั่นของลำคอมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่พักหลังๆ นี้ ผมเริ่มมาสังเกตว่า ไม่ใช่เพียง ฃ.ขวด และ ฅ.คน เท่านั้นที่หายไป เพราะตัวอักษรตัวที่ 35 ซึ่งก็คือ ร.เรือ ก็เริ่มหายไปจากภาษาไทยแล้วเหมือนกัน โดยการถูกแทนที่ด้วย ล.ลิง ผมต้องบอกไว้ก่อนเลยครับว่า ผมเองก็ไม่ใช่คนที่พูดภาษาไทยชัดเจนทุกคำ แต่ถ้าเป็นไปได้ผมมักจะเตือนสติตัวเองเสมอว่า ถ้าจะพูดก็พูดให้มันถูกสักหน่อย &lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5132251728605710466" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RzlrwV1tiII/AAAAAAAAAPY/FfHaJI3YQUY/s200/ro+rua.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ผมพอเข้าใจครับว่าการออกเสียง ร.เรือ ที่ต้องออกเสียงมาตั้งแต่ในลำคอนั้น ใช้พลังงานมากกว่าการออกเสียง ล.ลิง ซึ่งทำได้ง่าย เพียงแค่กระดกปลายลิ้น และผู้ฟังก็สามารถเข้าใจความหมายของคำได้โดยไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมก็อดเสียดายแทนพ่อขุนรามคำแหงผู้ทรงคิดค้นและประดิษฐ์อักษรไทยไม่ได้ ที่คุณค่าและความงดงามของภาษากำลังเลือนหายไปเรื่อยๆ และที่น่าเสียดายที่สุดคือบรรดาสื่อมวลชนที่คนทั้งประเทศจับตามอง รวมถึงคนของประชาชนหลายๆ ท่าน ก็ลืมไปเสียแล้วว่าเรามี ร.เรือ ในภาษาไทยของเราด้วย ทั้งๆ ที่บางท่านมี ร.เรือ อยู่ในชื่อตัวเองแท้ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมเรียนวิชา Language and society ที่มหาวิทยาลัย แล้วอาจารย์ผู้สอนชาวอเมริกันท่านเคยถามในห้องเรียนว่าทำไมคนไทยใช้ ตัว L (ล.ลิง) แทน R (ร.เรือ) ซึ่งถ้าเป็นภาษาอังกฤษ การสลับที่ของสองตัวอักษรนี้ ทำให้ความหมายของคำผิดไปโดยสิ้นเชิง คำถามของอาจารย์ท่านนี้ได้ใจผมมาก เพราะมันทำให้ผมรู้สึกว่าทำไมเจ้าของภาษาไม่รู้สึกแยแสอะไรกับสิ่งที่ตนเองเป็นเจ้าของ ในขณะที่คนต่างชาติเขาสงสัยในภาษาที่เขาพูดได้น้อยนิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คงยังไม่สายถ้าหากเราลองตั้งสติพูดและออกเสียงภาษาไทยให้ถูกต้อง เพราะผมเชื่อครับว่าคนไทยทุกคนสามารถทำได้เพราะเราทุกคนเกิดมากับมันและได้รับการเรียนรู้และฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก เพียงแต่โดนความขี้เกียจเข้าครอบงำเท่านั้นเอง รีบกันเสียก่อนที่จะไม่เหลือภาษาไทยให้อนุรักษ์กันเถอะครับ ก่อนจบผมไปเจอกลอนบทหนึ่งเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทยซึ่งเรียบเรียงโดยครูพิม จากเวบ &lt;a href="http://www.thaipoem.com/"&gt;http://www.thaipoem.com/&lt;/a&gt; มาให้อ่านกันเพื่อเป็นการเตือนใจถึงทรัพย์สมบัติทางภาษาที่เรามีครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ภาษาไทยงดงามด้วยน้ำเสียง&lt;br /&gt;ถ้อยเรียบเรียงหวานหูไม่รู้หาย&lt;br /&gt;สื่อความคิดสื่อความรู้สื่อแทนกาย&lt;br /&gt;สื่อความหมายด้วยภาษาน่าชื่นชม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เกิดเป็นไทยภาษาไทยเขียนให้คล่อง&lt;br /&gt;กฎเกณฑ์ต้องรู้ใช้ให้เหมาะสม&lt;br /&gt;จะพูดจาน่าฟังทั้งนิยม&lt;br /&gt;เจ้าคารมเขาจะหมิ่นจนสิ้นอาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาษาพูดสนทนาพูดจาทัก&lt;br /&gt;เป็นสื่อรักสื่อสัมพันธ์ความมั่นหมาย&lt;br /&gt;แม้นพูดดีมีคนรักมักสบาย&lt;br /&gt;แต่พูดร้ายส่อเสียดคนเกลียดกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัฒนธรรมล้ำค่าภาษาสวย&lt;br /&gt;ทุกคนช่วยออกเสียง “ร” ขอสร้างสรรค์&lt;br /&gt;แม้นออกเสียง เป็น “ล” เขาล้อกัน&lt;br /&gt;คนจะหยันชาติเราไม่เข้าที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สระ “เอือ เป็น “เอีย” ฟังเพลียนัก&lt;br /&gt;บอกที่รัก ช่วยซื้อ “เกีย”..ที่ร้านนี่&lt;br /&gt;ขอ “ซมเซย” จะเชยแท้ แม้พาที&lt;br /&gt;วอนน้องพี่ต้องช่วยกันจรรโลงไทย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมได้เลิกแต่งงานในวันนี้&lt;br /&gt;เป็นเลิกดีเลิกงามยามสดใส&lt;br /&gt;ออกเสียงฤกษ์ เป็นเลิก ครั้งคราใด&lt;br /&gt;คงทำให้สื่อสารผิด..คิดเสียดาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ภาษาไทยงดงามด้วยความคิด&lt;br /&gt;แม้นอ่านผิดก็เขียนผิด..คงเสียหาย&lt;br /&gt;เขียนอ่านไทยให้ถูกด้วยช่วยผ่อนคลาย&lt;br /&gt;สื่อทั้งหลาย..ต้องช่วยกัน..นั้นอีกแรง&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-6547738520319846465?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/6547738520319846465/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=6547738520319846465' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/6547738520319846465'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/6547738520319846465'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/11/blog-post_13.html' title='ร.เรือพายไป (ไหน?)'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/Rzlrel1tiHI/AAAAAAAAAPQ/s9NKJaryax4/s72-c/korkai_01.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-2163284051588695786</id><published>2007-11-07T13:45:00.001+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:28.994+07:00</updated><title type='text'>เมา</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RzFfP7Now7I/AAAAAAAAAOQ/8CwaCc2Ns6Q/s1600-h/airliners.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5129986177749271474" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 123px; CURSOR: hand; HEIGHT: 106px" height="100" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RzFfP7Now7I/AAAAAAAAAOQ/8CwaCc2Ns6Q/s200/airliners.gif" width="84" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;คงคุ้นกันดีนะครับสำหรับคำว่า “เมา” เพราะว่าไม่ว่าในวัยไหนนับตั้งแต่วัยรุ่นขึ้นไป มักจะมีการสังสรรค์ด้วยการดื่มเป็นธรรมดา แต่การเมาของผมในเรื่องนี้ไม่ได้เป็นผลของแอลกอฮอล์ครับ แต่มันเกิดขึ้นจากการเดินทาง...ไม่ใช่ทางบก ไม่ใช่ทางน้ำ แต่เป็นทางอากาศครับ หรือพูดง่ายๆ ว่า “เมาเครื่องบิน” นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเมาเครื่องบินก็ไม่ต่างไปจากอากาศเมารถหรือเมาเรือ เกิดขึ้นได้กับทุกคนอย่างไม่มีข้อยกเว้นซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล สาเหตุของการเมาเกิดจากความขัดแย้งระหว่างสิ่งที่รู้สึก (ความเคลื่อนไหวของยานพาหนะที่เรากำลังโดยสารอยู่) กับภาพที่เห็น (สิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวภายนอกยานพาหนะ) ซึ่งมันคือการสับสนในตัวเองของแท้เลยแหละครับ และเวลาเกิดการเมาเครื่องบินขึ้น ผู้ที่รับรู้การเมาจะมีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ เหงื่อออกมาก หน้าซีด ปากซีด และถ้าหนักหน่อยก็จะถึงขั้นอาเจียร ฟังดูอาจจะไม่รุนแรง เพราะว่าอาการเหล่านี้แค่พักสักครู่มันก็จะหาย แต่...อาชีพอย่างผมที่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนเครื่องบินนี่สิครับ มันไม่ง่ายที่จะไปนั่งพักสักเท่าไหร่ เพราะไม่อย่างนั้นงานมันจะสะดุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฟังดูอาจจะไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ทุกวันนี้ผมทำงานอยู่บนเครื่องบินสองประเภท คือแอร์บัส A330-300 หรือเรียกว่า A333 และแอร์บัส A300-600 หรือที่มีชื่อเล่นว่า B6 ซึ่งผมไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเมาเครื่องกับเครื่อง 330 เท่าไหร่ แต่เมื่อไหร่ที่ต้องบินกับเครื่อง B6 นี่สิครับ ความรู้สึกหวาดผวา และกระอักกระอ่วนต่ออาการเมาเครื่องบินจะวิ่งเข้ามาหาในทันใด ผมคาดว่าสาเหตุมันคงเกิดจากการที่อยู่ท้ายลำที่มีการสั่นสะเทือนพอตัว กับอากาศท้ายลำที่ไม่ค่อยจะถ่ายเทเท่าไหร่ อากาศทั้งหมดที่ผมกล่าวมาในข้างต้น ผมสัมผัสมาด้วยตัวเองทั้งสิ้น มันทรมานมากครับ ยิ่งเครื่องบินใกล้จะลงอาการยิ่งเป็นหนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในช่วงแรกของการเมาเครื่องบิน ผมพยายามศึกษาหาต้นเหตุของอาการเมาเครื่องบิน ซึ่งผมค้นพบว่า การพักผ่อนไม่เพียงพอและการไม่รับประทานอาหารก่อนไปปฏิบัติงานเป็นสาเหตุหลักของการเมาเครื่องบิน และในบางครั้งเมื่อเกิดอาการผมก็จะหยิบมะนาวขึ้นมาหนึ่งแว่น หรือผลไม้เปรี้ยวๆ เช่นมะขาวขึ้นมาเคี้ยวและพกยาดมเพื่อบรรเทาอาการเมาเครื่อง&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5129986671670510546" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 167px; CURSOR: hand; HEIGHT: 117px; TEXT-ALIGN: center" height="100" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RzFfsrNow9I/AAAAAAAAAOg/85PwAjYMLZU/s200/lime_slice.jpg" width="150" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;ดูเหมือนว่าปัญหาได้รับการแก้ไข แต่เรื่องมันไม่ได้จบเท่านั้นครับ เพราะยังไงซะ ผมก็ยังเมาเครื่องบินอยู่ดี จนในที่สุดผมต้องหันมาหาทางแก้ไขที่ผมไม่อยากทำ นั่งคือพึ่งยาแก้เมาเครื่องบินนามว่า Dramamine ครับ หนทางนี้ผมจะเลือกใช้ก็ต่อเมื่อเริ่มรู้สึกว่าถ้าผมอดทนต่อไปแล้วอาจจะไม่รอด มันได้ผลมากครับ แต่ผลข้างเคียงของยาตัวนี้คืออาการง่วงซึม ซึ่งถือเป็นความทรมานขั้นอ่อนๆ โดยเฉพาะเวลานั่งประจำที่แล้วหันหน้าเข้าหาผู้โดยสาร มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมแทบจะหลับโชว์ผู้โดยสารเพราะผลข้างเคียงของเจ้ายาตัวนี้ &lt;/p&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5129986671670510562" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" height="180" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RzFfsrNow-I/AAAAAAAAAOo/YVxhW-8gUH8/s200/Pills.jpg" width="118" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;เห็นทีว่าการรับประทานยาที่มีผลข้างเคียงไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ผมก็เลยไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตถึงวิธีการแก้และป้องกันการเมาเครื่องบินโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี ซึ่งโลกแห่งข้อมูลก็เป็นใจให้คำแนะนำกับผมว่าการรับประทานขิงจะช่วยได้ ซึ่งเป็นสูตรที่ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ เมื่อทราบถึงทางเลือกใหม่ ผมรู้สึกตื่นเต้นดีใจและเครียดเล็กน้อยครับ เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่มีครั้งไหนในชีวิตที่ผมคิดจะรับประทานขิงเว้นแต่จะโดนบังคับ แต่เพื่อชีวิตที่ดีกว่าผมจำเป็นต้องยอมครับ ผมไปหาซื้อขิงสกัดอัดเม็ดตามร้านขายยาแต่ปรากฏว่ามันไม่ได้หากันได้ง่ายๆ ผมจึงซื้อเครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูปมาแทน เวลาดื่มก็เติมน้ำตาลและกลั้นใจนิดหน่อย คิดเสียว่าเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น แต่ความหวังของผมก็พังทลายครับ เพราะว่าน้ำขิงแก่ของผมไม่ได้ช่วยให้ผมหายเมาเครื่องเลยแม้แต่น้อย แถมวันที่ผมดื่มน้ำขิงก็เป็นวันที่ผมเมาเครื่องหนักที่สุดด้วย จะโทษน้ำขิงก็ไม่ได้ เพราะผมไม่เชื่อว่าน้ำขิงเป็นต้นเหตุ ในเมื่อวิธีการป้องกันแบบธรรมชาติไม่ช่วย ผมจึงต้องกลับไปพึ่งยาเหมือนเดิมครับ แต่ลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง เพื่อกันการง่วงนอน &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5129986667375543234" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RzFfsbNow8I/AAAAAAAAAOY/0a40xMycE9Y/s200/ginger.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;มีอีกหนึ่งทางแก้ไขซึ่งผมยังไม่เคยได้ลองนั่นก็คือการใช้ยาหม่องทาบริเวณท้อง และปิดพลาสเตอร์ทับลงไป เพื่อนของผมบอกว่าได้ผล เพราะเขาลองมาแล้ว แต่ผมก็ไม่เคยคิดจะลองด้วยเหตุผลสองประการครับ คือ หนึ่ง...ผมคิดว่ามันมีผลแค่ทางใจ และ สอง...ผมขี้เกียจปลดกระดุมแล้วทายาหม่อง เพราะลำพังเมาเครื่องบินก็แย่พออยู่แล้ว อย่าให้ลำบากไปกว่านี้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5129988561456120834" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RzFharNoxAI/AAAAAAAAAO4/fEWVB5NEPjk/s200/Picture1.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่าผมจะเมาเครื่องบินมาก หรือน้อย หรือไม่เมาเลย ผมก็ยังใช้ความอดทนเพื่อต่อสู้กับมันครับ เพราะผมเชื่อว่าความอดทนนี่แหละ ที่จะทำให้ผมเอาชนะอาการเมาเครื่องบินได้ เพียงแต่รอเวลาให้มันเป็นผลเท่านั้นเอง แต่ถ้าใครมีวิธีที่ดีจะแนะนำผมก็ไม่ว่ากันนะครับ..ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ &lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-2163284051588695786?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/2163284051588695786/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=2163284051588695786' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/2163284051588695786'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/2163284051588695786'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/11/blog-post.html' title='เมา'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RzFfP7Now7I/AAAAAAAAAOQ/8CwaCc2Ns6Q/s72-c/airliners.gif' height='72' width='72'/><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-8571880396930605646</id><published>2007-10-26T14:33:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:31.140+07:00</updated><title type='text'>ฝึกสมองไบรท์ด้วย 9 เทคนิค</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGbx7Now4I/AAAAAAAAAN4/OTMaHm5HX1s/s1600-h/szo0053.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5125549132935119746" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 96px; CURSOR: hand; HEIGHT: 145px" height="141" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGbx7Now4I/AAAAAAAAAN4/OTMaHm5HX1s/s200/szo0053.jpg" width="100" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; ผมได้ยินคนเขาพูดกันถึงหนังสือ &lt;em&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;อัจฉริยะสร้างได้&lt;/span&gt;&lt;/em&gt; และ คุณหนูดี หรือ วนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอัจฉริยภาพ ผมเลยเกิดความสงสัยใคร่รู้ถึงวิธีสร้างตนให้เป็นคนมีสติปัญญาบ้าง เลยไปหาซื้อหนังสือของคุณหนูดีมาอ่าน เชื่อมั้ยครับว่าหนังสือของคุณหนูดีขายดีขนาดที่ผมแวะไปร้านหนังสือไหน คำตอบที่ผมได้รับคือ “หมดแล้วครับ/ค่ะ” แต่ผมไม่ย่อท้อครับ เมื่อวันก่อน ผมไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์สิริกิตติ์ และหาซื้อหนังสือ &lt;em&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;อัจฉริยะสร้างได้&lt;/span&gt;&lt;/em&gt; มาไว้ในครอบครองได้ตามความตั้งใจ ขอสารภาพครับว่ายังไม่ได้อ่าน เพราะช่วงนี้ซื้อหนังสือมาหลายเล่ม แต่เผอิญผมเคยได้รับ Forward mail ซึ่งก็เป็นเหตุบังเอิญอีกเช่นกันที่เป็นเรื่องที่ถอดในความมาจากบทความของคุณหนูดี ถึง 9 วิธีฝึกสมองไบรท์ ผมเลยนำมาแบ่งปันให้ท่านผู้อ่านครับ เรามาดูกันดีกว่าว่า 9 วิธีที่ว่านี้มีอะไรกันบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;1.จิบน้ำบ่อยๆ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; สมองประกอบด้วยน้ำถึง 85% และเซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง หากขาดน้ำเซลล์สมองเหล่านี้ก็เหี่ยวแห้งไม่ต่างจากต้นไม้ครับ เมื่อเซลล์สมองเหี่ยว ก็จะส่งผลให้การทำงานของสมองช้าลง กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก เพราะฉะนั้นในแต่ละวันควรดื่มน้ำบ่อยๆ ครับ &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5125547844444930850" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGam7NowyI/AAAAAAAAANI/ujuwbMbXdDM/s200/glass-of-water.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;2. กินไขมันดี&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; สมองก็คือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ ดังนั้นในแต่ละวันจึงควรรับประทานไขมันที่ดีจำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย นมถั่วเหลือง วิตามินรวม ปลาที่มีไขมันดีอย่างเช่นปลาแซลมอน หรือน้ำมันพริมโรสซึ่งอาหารเหล่านี้เป็นไขมันที่ทำให้เซลล์ชุ่มน้ำครับ ส่วนวิตามินจะให้ร่างกายสดชื่น&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGcDbNow5I/AAAAAAAAAOA/agIN_20MYpU/s1600-h/salmon_slice.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5125549433582830482" style="WIDTH: 86px; CURSOR: hand; HEIGHT: 122px" height="154" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGcDbNow5I/AAAAAAAAAOA/agIN_20MYpU/s200/salmon_slice.jpg" width="108" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGcFrNow6I/AAAAAAAAAOI/V28qajw2wR8/s1600-h/soyMilk.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5125549472237536162" style="WIDTH: 173px; CURSOR: hand; HEIGHT: 123px" height="113" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGcFrNow6I/AAAAAAAAAOI/V28qajw2wR8/s200/soyMilk.jpg" width="154" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า เป็นเวลา 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่สร้างความผ่อนคลาย ทำให้สมองสามารถจินตนาการการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ถ้าหากไม่มีเวลาในช่วงเช้า จะนั่งสมาธิก่อนนอนก็ได้ครับ&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5125547178724999906" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGaALNowuI/AAAAAAAAAMo/5Yg6jr6uyTI/s200/32PeterMeditation.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;4. ใส่ความตั้งใจ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; การตั้งใจในสิ่งใดก็ตามก็เหมือนกับการตั้งโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ในระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ ครับ เพราะสมองไม่แยกแยะระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5125548806517605218" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGbe7Now2I/AAAAAAAAANo/RuJA8NZrQ7U/s200/reading-hi.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ทุกครั้งที่เรายิ้มหรือหัวเราะนั้นร่างกายจะหลั่งสารเอ็นโดร์ฟีน หรือสารแห่งความสุข เมื่อสารเอ็นโดร์ฟีนหลั่งออกมาก็เป็นการกระตุ้นให้เรามีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นๆ ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5125547857329832770" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGanrNow0I/AAAAAAAAANY/v1cvTtGs4ZI/s200/Laughter350x330.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและปรียนรรู้วิธีการทำงานของเขา ฯลฯ และการเรียนรู้สิ่งใหม่นี้ ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดร์ฟีนและโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็เท่ากับมีความคิดสร้างสรรค์&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5125547217379705586" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGaCbNowvI/AAAAAAAAAMw/GdS3PLjQ4hU/s200/23281560.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;strong&gt;7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง หรือให้อภัยผู้อื่นก็เท่ากับเป็นการลดภาระของสมองครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5125547831560028946" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGamLNowxI/AAAAAAAAANA/oOlRG8PWBjM/s200/forgiveness2.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;8. เขียนบันทึก&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; การฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆ (Graceful journal) ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่นขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ฯลฯ ทำให้สมองคิดในเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารที่ดีออกมา ช่วยให้หลับสบายตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย และมีความคิดสร้างสรรค์ครับ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5125547853034865458" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGanbNowzI/AAAAAAAAANQ/v5cMTmEHcwE/s200/journal3.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;9. ฝึกหายในลึกๆ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; สมองต้องใช้ออกซิเจน 20-25% ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายในเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืน หรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถนำออกซิเจนเปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20% &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5125547333343822594" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGaJLNowwI/AAAAAAAAAM4/IkDmEZf2NI4/s200/deep-breath.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;เห็นมั้ยครับว่าเพียงแค่ 9 วิธีง่ายๆ ทำที่ไหนและเมื่อไหร่ก็ได้ สามารถบริหารสมองหรือศูนย์สั่งการของร่างกายเราได้ และสมองของเราก็เหมือนกับทักษะทั่วไปที่ต้องอาศัยการฝึกฝนและพัฒนาอยู่เสมอ เมื่อเรามีสมองที่ดี คุณภาพชีวิตของเราก็จะดีตามครับ อย่าลืมนำไปปฏิบัติกันนะครับ&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-8571880396930605646?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/8571880396930605646/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=8571880396930605646' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/8571880396930605646'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/8571880396930605646'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/9.html' title='ฝึกสมองไบรท์ด้วย 9 เทคนิค'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RyGbx7Now4I/AAAAAAAAAN4/OTMaHm5HX1s/s72-c/szo0053.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-5042728330994763088</id><published>2007-10-17T10:10:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:31.433+07:00</updated><title type='text'>โรคระบาดทางวาจา</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RxWB9A3Q3MI/AAAAAAAAAL8/0vMPpx7MJjY/s1600-h/ist2_397595_bacteria.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5122143036407602370" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 112px; CURSOR: hand; HEIGHT: 109px" height="129" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RxWB9A3Q3MI/AAAAAAAAAL8/0vMPpx7MJjY/s200/ist2_397595_bacteria.jpg" width="138" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;ท่านผู้อ่านรู้จัก “โรคห่า” มั้ยครับ คนสมัยก่อนเขาจะใช้คำนี้เรียกโรคระบาดที่คร่าชีวิตผู้คนคราวละมากๆ และคำว่า “ห่า” นี้ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ความหมายไว้ว่าเป็น&lt;em&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ชื่อผีจำพวกหนึ่ง ถือกันว่าทำให้เกิดโรคระบาดอย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้คนตายจำนวนมาก &lt;/span&gt;&lt;/em&gt;และด้วยเหตุนี้คนโบราณจึงเรียกโรคระบาดว่า “โรคห่า” ตามที่ผมกล่าวไว้ครับ แต่ทุกวันนี้ผมสังเกตว่า คำว่า “ห่า” เป็นคำที่ใช้ในประโยคในที่พูดกันในหมู่เพื่อนฝูงเพื่อแสดงอารมณ์ไม่พอใจ หรือรู้สึกในแง่ลบกันสิ่งที่พูด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเองก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้คำนี้เช่นกัน แต่เลือกใช้เฉพาะกับกลุ่มบุคคลเท่านั้นครับ ไม่ได้พูดพร่ำเพรื่อ และวิธีการใช้คำว่า “ห่า” ของกลุ่มเพื่อนร่วมชั้นเรียนผมกลุ่มนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจทีเดียว คือเมื่อใดก็ตามที่เพื่อนคนหนึ่งในวงสนทนาเอ่ยคำว่า “ห่า” คนอื่นๆ ก็จะพูดคำว่า “ห่า” ตามๆ กันเป็นเวฟเหมือน “โรคห่า” ระบาดไม่มีผิด แต่แทนที่จะมีพาหะนำโรคเป็นสิ่งมีชีวิต กลับเป็นคำพูดและความรู้สึกไม่อยากแตกแยกเข้ามาแทนที่ เพราะว่าใครไม่พูดถือว่า ช้า และ ไม่เข้าพวก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมไม่ได้แนะนำให้ท่านผู้อ่านทำตามนะครับ เพราะถือว่าคำนี้ไม่ใช่คำที่คนทุกคนอยากฟังหรือได้ยิน แค่เป็นเรื่องเล่าสนุกๆ ที่ปนสาระความรู้ของภาษาไทยนิดหน่อยเท่านั้นเองครับ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-5042728330994763088?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/5042728330994763088/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=5042728330994763088' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/5042728330994763088'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/5042728330994763088'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/blog-post_17.html' title='โรคระบาดทางวาจา'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RxWB9A3Q3MI/AAAAAAAAAL8/0vMPpx7MJjY/s72-c/ist2_397595_bacteria.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-5259106961676518106</id><published>2007-10-16T09:32:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:32.185+07:00</updated><title type='text'>Intruder Alert</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;สุดสัปดาห์หนึ่งผมไม่อยู่บ้านและกลับมาอีกทีในวันจันทร์ เชื่อมั้ยครับว่าเพียงวันหรือสองวันที่ผมไม่อยู่มันมีผู้บุกรุกครับ ในวันนั้น หลังจากเดินเข้าบ้านและกำลังก้าวเท้าข้ามธรณีประตูห้องน้ำเพื่อไปทำธุระส่วนตัว ผมต้องผงะอยู่หน้าประตูห้องน้ำครับ ทำไมน่ะเหรอครับ เพราะว่ามีแขกไม่พึงประสงค์และไม่ได้รับเชิญ 1 ตัว ซึ่งมันก็คือ...แมลงสาบครับ... จริงๆ แล้วมันเป็นผู้บุกรุกมากกว่า มันโตเต็มวัยและยึดชั้นวางของเหนืออ่างล้างหน้าเป็นฐานที่มั่น มันกำลังเพลิดเพลินกับยาสีฟัน Close Up อย่างเอร็ดอร่อย หรือพูดแบบเห็นภาพได้เลยว่ากำลังแซ่บก็ว่าได้ มันทั้งพยายามกินและพยายามแทะยาสีฟันที่ติดอยู่บนฝาหลอด แทะจนตัวมันสะเทือน เหมือนๆ กับหมาป่าที่งัดชิ้นเนื้อจากกระดูกเหยื่อแรงๆ อย่างนั้นเลยครับ มันเป็นอะไรที่น่ากลัว แต่นับเป็นโชคดีของผมที่ยาสีฟันหลอดนั้นไม่ได้เปิดฝาและมันเป็นของประดับชั้นวางของเพราะว่าผมไม่ได้ใช้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5121759100691078242" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RxQkxA3Q3GI/AAAAAAAAALQ/J6uGme2m4mY/s200/cockroach.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;ถึงกระนั้นก็เถอะครับ ขึ้นชื่อว่าแมลงสาบ ผมก็ไม่ให้อภัยแล้วล่ะครับ เพราะผมประกาศกร้าวตั้งตนเป็นศัตรูถาวรกับสิ่งมีชีวิตนี้และยึดมั่นกับคติที่กว่าวว่า "มีฉันต้องไม่มีเธอ"  ว่าแต่ผมจะทำยังไงกับมันล่ะครับ ในเมื่อมันอยู่ที่ชั้นวางของเหนืออ่างล้างหน้า และไม่สามารถที่จะหาอะไรมาฟาดให้มันสิ้นใจ ณ ตรงนั้นได้ (ฟังดูโหด แต่ผมจำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นรุนแรง) เพราะถ้าฟาดไปแล้วชั้นวางของและของบนนั้นอาจจะเสียหายได้ และถ้ามันไม่ตายมันจะหนีอาจจะทางบก หรือทางอากาศ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน และมันก็เป็นอะไรที่น่ากลัวอีกเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมเดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบ พร้อมทั้งสภาวะจิตใจที่เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ เพราะไม่รู้ว่ามันจะอิ่มและพร้อมจะสร้างความปั่นป่วนเมื่อใด ผมโทรศัพท์หาเพื่อนเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ตัวเองเป็นระยะๆ และในที่สุด เหมือนแสงสว่างที่ส่องมาในความมืด ผมเหลือบไปเห็นกาต้มน้ำครับ ผมเลยจัดแจงต้มน้ำ รออย่างใจจดใจจ่อจนมันเดือด และเมื่อทำใจพร้อมรบ ผมก็ถืออาวุธชิ้นนี้ และพลางก็คิดในใจว่า “ผมขอผิดศีลข้อ 1 สักวันก็แล้วกันนะ” แล้วเดินก้าวไปในห้องน้ำและเล็งไปยังเป้าหมายที่ยังคงแซ่บกับของกินเบื้องหน้า และผมสาดตูมมันเข้าไปยกกาครับ เสร็จแล้วผมรีบถอยหลังกลับเพื่อตั้งหลักทันทีเผื่อว่ามันไม่ตายจริงแล้วดิ้นทุรนทุรายพร้อมกับกางปีกบิน แต่เหมือนทุกอย่างเข้าข้างผม ผู้บุกรุกตัวนั้นหยุดแน่นิ่งอยู่กับที่ ผมทำใจกล้า เดินเข้าไปสำรวจระยะประชิด และทำการประกาศการเสียชีวิตของผู้บุกรุกทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมสำรวจความเสียหายของพื้นที่ จำใจเคลียร์ศพคู่กรณีอย่างทุลักทุเล และเคลียร์สมรภูมิ อะไรที่เป็นขวดและมีฝาปิดมิดชิดเช่นกระป๋องโฟมโกนหนวด และครีมของแม่ผม ผมก็ยังคงล้าง (หลายๆ รอบ) และเก็บไว้ครับ ส่วนอะไรที่ผู้บุกรุกสัมผัสโดยพละการ ผมก็จัดการทิ้งไม่ให้เห็นเป็นที่ช้ำใจ กระบวนการทั้งหมดนี้ให้ความรู้สึกเดียวกับหนังเรื่อง Starship Trooper เลยครับ&lt;/p&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5121759104986045554" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RxQkxQ3Q3HI/AAAAAAAAALY/CqYiYvLuQQ8/s200/s24478_pc_17.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;เจ้าแมลงดึกดำบรรพ์นี้ เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับโลกเรานับเป็นเวลาร่วมล้านปี และไม่มีทีท่าว่าจะสูญพันธุ์ครับ ทั้งๆ ที่ผมอยากให้มันหายไปจากโลกนี้เต็มแก่ มันแทรกซึมอยู่ทุกพื้นที่ในโลก เป็นพาหะที่พกเชื้อโรค พร้อมทั้งมีความไวและความอดทนเป็นอาวุธปนะจำกายสำคัญอันน่ากลัว แต่แทนที่จะมาจินตนาการให้มันหายไป เรามาช่วยกันรักษาความสะอาด เพื่อปิดโอกาสไม่ให้ผู้บุกรุกเหล่านี้มาเยือนบ้านคุณกันดีกว่าครับ&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-5259106961676518106?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/5259106961676518106/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=5259106961676518106' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/5259106961676518106'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/5259106961676518106'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/intruder-alert.html' title='Intruder Alert'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RxQkxA3Q3GI/AAAAAAAAALQ/J6uGme2m4mY/s72-c/cockroach.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-3353401981913485222</id><published>2007-10-15T15:55:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:32.680+07:00</updated><title type='text'>สวรรค์ไม่มีจริง</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมต้องเดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-การาจี ประเทศปากีสถาน เป็นไฟลท์ข้ามคืน และขึ้นชื่อว่าย่ำแย่ เพราะว่าด้วยการทำงานข้ามคืนและธรรมชาติของผู้โดยสาร แต่เผอิญว่าช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลถือศีลอดของชาวอิสลาม พวกเขาเลยไม่เดินทางกัน ทำให้จำนวนผู้โดยสารของไฟลท์ที่ขึ้นชื่อว่ามหาโหดนี้มีน้อยมาก ขาไป 50 นิดๆ ขากลับอีก 80 หน่อยๆ เองครับ &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5121488247168490546" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 89px; CURSOR: hand; HEIGHT: 182px; TEXT-ALIGN: center" height="174" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RxMubQ3Q3DI/AAAAAAAAAKw/_xw6yTr-OBA/s200/india_indiano_con_turbante.gif" width="74" border="0" /&gt;เมื่อเป็นเช่นนี้ พี่ Purser ประจำเที่ยวบินเลยจัดเวรให้ไปพักผ่อนกัน โดยแบ่งเป็นครึ่งๆ ครึ่งแรกพักตั้งแต่เครื่องออกจนถึงครึ่งทาง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็พักตั้งแต่ครึ่งทางจนถึงที่หมายของทั้งขาไปและกลับ ฟังดูแล้วเหมือนเป็นสวรรค์ดีๆ นี่เอง ไฟลท์ข้ามคืนที่ปกติต้องอดหลับอดนอน แต่กลับได้นอนพักกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ทว่าความสุขมันเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ครับ หลังจากที่พี่ Purser จัดเวรพักผ่อนเสร็จไปไม่ทันขาดคำ โทรศัพท์ในห้องก็ดังขึ้น และเมื่อพี่ Purser คุยเสร็จก็ได้ความว่า มีเครื่องบินเสียที่เมืองเจนไน (Chennai) ประเทศอินเดีย ซึ่งเครื่องของผมต้องแวะรับทั้งลูกเรือและผู้โดยสารที่ตกค้างอยู่ที่นั่นกลับกรุงเทพฯ ทำให้ผู้โดยสารขากลับเกือบเต็มลำ...โถ่ เพิ่งจะดีใจกันไปหยกๆ สุดท้ายความสุขมันก็หายไปกับสายลม และเมื่อทราบดังนี้ แผนการเดินทางก็ต้องเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย กลายเป็น กรุงเทพฯ – การาจี, การาจี – เจนไน, เจนไน – กรุงเทพฯ แทนที่จะเป็น กรุงเทพฯ – การาจี และ การาจี – กรุงเทพฯ ทำให้เวลาพักผ่อนน้อยลงไป แต่ก็ไม่ถึงกับไม่มีเสียทีเดียว &lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5121491846351084626" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RxMxsw3Q3FI/AAAAAAAAALA/9FNME-6Z0KM/s200/untitled.bmp" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ฟังดูน่าเศร้าใจ แต่ถึงยังไงซะ มันก็คืองานครับ และไม่ว่างานไหนๆ มันก็มักจะมีอะไรให้ประหลาดใจ และมีปัญหาให้แก้เฉพาะหน้าอยู่เรื่อยๆ เสมอ ถ้าคิดในแง่ดี ปัญหาเหล่านี้มีไว้เพื่อเป็นการลับคมสมองของเราไงครับ&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5121488247168490562" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RxMubQ3Q3EI/AAAAAAAAAK4/oAeYGiZ2z9o/s200/brain-memory.jpg" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-3353401981913485222?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/3353401981913485222/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=3353401981913485222' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/3353401981913485222'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/3353401981913485222'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/blog-post_15.html' title='สวรรค์ไม่มีจริง'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RxMubQ3Q3DI/AAAAAAAAAKw/_xw6yTr-OBA/s72-c/india_indiano_con_turbante.gif' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-7515464463458810431</id><published>2007-10-09T21:23:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:32.943+07:00</updated><title type='text'>รางวัลแห่งความโดดเดี่ยว</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;ด้วยเวลาว่างที่ผมมีทำให้ผมนึงถึงบทความเรื่อง The Rewards of Solitary จากหนังสือเรียนสมัยผมเรียนตอนปี 1 ซึ่งเป็นบทเรียนวิชาภาษาอังกฤษบทแรกๆ ของชีวิตมหาวิทยาลัยของผม เป็นบทความอ่านง่ายๆ (แต่ตอนนั้นรู้สึกว่ายากมาก) และให้ข้อคิดดีๆ กับผู้อ่านครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความโดดเดี่ยวหรือการที่อยู่ตัวคนเดียวนั้น ทำให้เรามีเวลาสงบเพื่อทบทวนอดีตทั้งที่ผิดและถูก เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับอนาคตที่กำลังก้าวเข้ามาในชีวิตของเรา และความโดดเดี่ยวนี้เอง เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีสติซึ่งเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญญา ผมเองมักจะได้ประโยชน์ของความโดดเดี่ยวนี้ โดยเฉพาะในเวลาอ่านหนังสือสอบหรือแม้กระทั่งการเขียน Blog ของผมเอง ซึ่งมันได้ผลมากครับ เพราะสำหรับผมแล้วผมเชื่อว่า ความสงบมาปัญญาก็เกิด สิ่งนี้แหละครับเป็นรางวัลที่ความโดดเดี่ยวมอบให้กับเรา&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5119343965397775026" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwuQNoyS8rI/AAAAAAAAAKo/gC7O2dgByYg/s200/lonely-742719.jpg" border="0" /&gt;ถึงแม้ความความโดดเดี่ยวจะช่วยสร้างสติให้เรา แต่ยังไงซะมนุษย์เราก็เป็นสัตว์สังคมครับ เพราะฉะนั้น เมื่อคิดทบทวนอตีด และคิดล่วงหน้าถึงอนาคตแล้ว ก็อย่าลืมกลับไปใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่นนะครับ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-7515464463458810431?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/7515464463458810431/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=7515464463458810431' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7515464463458810431'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7515464463458810431'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/blog-post_09.html' title='รางวัลแห่งความโดดเดี่ยว'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwuQNoyS8rI/AAAAAAAAAKo/gC7O2dgByYg/s72-c/lonely-742719.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-1436600293758649048</id><published>2007-10-09T00:16:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:33.350+07:00</updated><title type='text'>Bad (Luck) Eyes Day</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwpmO4yS8qI/AAAAAAAAAKc/HFOGZskl7S4/s1600-h/eye3.gif"&gt;&lt;/a&gt;&lt;p align="justify"&gt;เมื่อวานนี้เป็นอะไรก็ไม่ทราบครับ ตื่นมาก็รู้สึกปวดตาซ้าย คาดว่าคงโดนละอองยาฆ่าปลวกที่ฉีดไว้ในคืนก่อนหน้า ร่างกายเลยตอบสนองในวันรุ่งขึ้น แล้วช่วงแต่งตัวก็สังเกตเห็นตุ่มเล็กๆ ประมาณปลายเข็มหมุดที่เปลือกตา แต่โชคดีที่ช่วงเที่ยงๆ มันก็ยุบลงไปบ้างให้หายกังวล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่เรื่องมันยังไม่จบเท่านี้ครับ ช่วงบ่ายผมซักถุงเท้า และแผ่นยางรองในรองเท้า ระหว่างที่ผมบีบขยี้แผ่นยางด้วยความเมามัน ปรากฏว่าน้ำผงซักฟอกในกะละมังมันก็พุ่งตรงเข้าสู่หน้าและตาซ้ายที่มีตุ่มอยู่เต็มๆ เหมือนกับใครนำน้ำใส่ขันใบเล็กๆ มาสาดใส่ในช่วงสงกรานต์ไม่มีผิดเลยครับ ลำพังน้ำผงซักฟอกก็แย่พอแล้ว แต่ผมผสมเด็ทตอลลงไปด้วยน่ะสิ เพราะว่าแผ่นยางรองในรองเท้ามันเน่ามาก และเท่านั้นยังไม่พอครับ ผมนึกขึ้นได้อีกว่า ไอ้เจ้าแผ่นยางนี่ก็คงเป็นแหล่งชุมชนขนาดมหึมาของแบคทีเรียหลายล้านชีวิต ถ้าเปรียบเจ้าแผ่นยางนี้กับยาคูลท์ ก็คงเป็นยาคูลท์ชั้นเยี่ยมที่เปี่ยมไปด้วยจุลินทรีย์มีชีวิตนับล้านล้านตัว และด้วยสัญชาตญาณ ผมรีบล้างตาโดยทันที และหลายๆ รอบ แต่แปลกที่ไม่รู้สึกแสบอะไรนะครับ แค่รู้สึกบวมๆ น้ำนิดหน่อย บวกกับตาแดง&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5119016332407534242" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwpmO4yS8qI/AAAAAAAAAKc/HFOGZskl7S4/s200/eye3.gif" border="0" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;ผ่านไปสามในสี่ของวันจนถึงหั่วค่ำ ผมคิดว่าไม่น่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก...แต่ความคิดกับความเป็นจริงมันต่างกันครับ ผมไปซื้อไอศกรีม Ice Stone ที่สเวนเซนส์มาทาน (แนะนำให้ไปลองครับ อร่อยมาก) แล้วไม่ทราบว่าทานท่าไหน ช้อนไอศกรีมเจ้ากรรมดันทิ่มลูกกะตาอีก...เอาเข้าไป มันจะอะไรกันนักกันหนาครับเนี่ย โชคดีนะเนี่ย ที่มันทิ่มแค่เปลือกตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นอุทาหรณ์สอนใจผมว่า อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ในรูปแบบของ Package และทยอยมาเป็นระลอกๆ ดังนั้น เราจึงไม่ควรใช้ชีวิตอย่างประมาทครับ&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-1436600293758649048?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/1436600293758649048/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=1436600293758649048' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/1436600293758649048'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/1436600293758649048'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/bad-luck-eyes-day.html' title='Bad (Luck) Eyes Day'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwpmO4yS8qI/AAAAAAAAAKc/HFOGZskl7S4/s72-c/eye3.gif' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-1092871173329047535</id><published>2007-10-08T16:52:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:33.577+07:00</updated><title type='text'>พูดไม่ผิด แต่คิดเป็นอื่น (ตอนจบ)</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;ขอปิดท้ายซีรี่ส์ &lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;em&gt;พูดไม่ผิด แต่คิดเป็นอื่น &lt;/em&gt;ด้วยเรื่องเล่าจากผู้โดยสารอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ผมว่าหลายๆ คนคงอาจจะเคยได้ยินมาแล้วเหมือนกัน แต่ผมรับประกันความขำเหมือนเดิมครับ และถ้อยคำอาจจะออกแนว Hardcore ไปนิดเลยขออภัยไว้ล่วงหน้าครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ลองรึยัง&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ปกติแล้วคนบนเครื่องบินมักจะมีเครื่องดื่มทางเลือกให้เราเสมอ ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งหมด ก็จะมีอย่างอื่นมาทดแทนให้ (จำไว้นะครับ เผื่อว่าจะได้ใช้ในชีวิตจริง) และในทางกลับกัน ผู้โดยสารในแต่ละสัญชาติมักจะมีเครื่องดื่มประจำใจพวกเขาเหมือนกัน เช่นคนต่างชาติบางประเทศติดใจเบียร์สิงห์ของเรามาก ในขณะที่บางท่านก็ชอบดื่มไฮเนเกน แต่ถ้าเกิดเบียร์สองยี่ห้อนี้หมด เรามาดูกันครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แอร์โฮสเตส : Would you care for something to drink, sir?&lt;br /&gt;ผู้โดยสาร : Singha Beer, please.&lt;br /&gt;แอร์โฮสเตส : Sorry, sir, we ran out of Singha Beer.&lt;br /&gt;ทันใดนั้น แอร์โฮสเตสเลยยื่นข้อเสนอเบียร์ไทยอีกยี่ห้อหนึ่งให้ผู้โดยสารท่านนี้ พร้อมกับพูดว่า&lt;br /&gt;แอร์โฮสเตส : May I offer you another Thai beer? Have you tried &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;Chang (&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ช้าง&lt;/span&gt;) yet &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้โดยสารท่านนั้นก็ยินดีรับข้อเสนอ ในขณะที่ผู้โดยสารคนไทยโดยรอบต่างสะดุ้งกับข้อเสนออันน่าหวาดเสียวที่แอร์โฮสเตสมอบให้แก่ผู้โดยสาร &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5118901944543539858" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" height="146" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/Rwn-MoyS8pI/AAAAAAAAAKU/ftfMybZenkY/s200/ist2_3165725_funny_elephant.jpg" width="114" border="0" /&gt;เห็นมั้ยครับว่าคำพูดง่ายๆ บางคำทำให้คนฟังเข้าใจคิดผิดไปไหนถึงไหน เราลองมองย้อนกลับมาดูตัวเราเองกันสิครับว่าวันนี้คุณทำให้คนอื่นเข้าใจคุณผิดรึเปล่า &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-1092871173329047535?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/1092871173329047535/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=1092871173329047535' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/1092871173329047535'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/1092871173329047535'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/blog-post_08.html' title='พูดไม่ผิด แต่คิดเป็นอื่น (ตอนจบ)'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/Rwn-MoyS8pI/AAAAAAAAAKU/ftfMybZenkY/s72-c/ist2_3165725_funny_elephant.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-104410786289736893</id><published>2007-10-06T20:39:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:33.944+07:00</updated><title type='text'>พูดไม่ผิด แต่คิดเป็นอื่น (ตอนที่ 3)</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;หลังจากขำขันกับเรื่องจากประสบการณ์ตรงของผมไปแล้วสองเรื่อง คราวนี้เป็นเรื่องที่คนเขาเล่าต่อๆ กันมาครับ คาดว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินมาแล้วบ้าง&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;strong&gt;จะรู้มั้ย?&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่เราเดินทางด้วยเครื่องบิน เรามักจะเห็นพนักงานต้อนรับนำอาหารและเครื่องดื่มมาบริการให้ผู้โดยสาร แล้วสังเกตมั้ยครับ ว่าพนักงานแต่ละคนจะมีวิธีการพูดที่ต่างๆ กัน บางคนพูดยาวเหยียด บอกสรรพคุณของสิ่งที่นำเสนอ แต่บางคนก็พูดสั้นๆ ง่ายๆ จนบางทีคนรับข้อเสนออาจ(แกล้ง)เข้าใจผิดได้ เหมือนกับ 2 เหตุการณ์ ข้างล่างนี้ครับ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RweWQIyS8nI/AAAAAAAAAKE/q9XiC8fR964/s1600-h/HOS_014C.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5118224705510371954" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" height="77" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RweWQIyS8nI/AAAAAAAAAKE/q9XiC8fR964/s200/HOS_014C.jpg" width="92" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;สจ๊วต : กาแฟร้อนมั้ยครับ&lt;br /&gt;ผู้โดยสาร : ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ฉันไม่ได้ถือด้วย&lt;br /&gt;สจ๊วต : …&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;------------------------------&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RweYg4yS8oI/AAAAAAAAAKM/vOWgHKszmFY/s1600-h/Leg_Support.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5118227192296436354" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 93px; CURSOR: hand; HEIGHT: 108px" height="101" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RweYg4yS8oI/AAAAAAAAAKM/vOWgHKszmFY/s200/Leg_Support.jpg" width="131" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;แอร์โฮสเตส : ชามั้ยคะ&lt;br /&gt;ผู้โดยสาร : ยังรู้สึกครับ ผมขยับขาผมบ่อย &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;แอร์โฮสเตส : … &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สรุปแล้วไม่ทราบว่าผู้โดยสารขี้เล่น หรือว่าพนักงานสื่อสารบกพร่องนะครับเนี่ย&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-104410786289736893?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/104410786289736893/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=104410786289736893' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/104410786289736893'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/104410786289736893'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/3.html' title='พูดไม่ผิด แต่คิดเป็นอื่น (ตอนที่ 3)'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RweWQIyS8nI/AAAAAAAAAKE/q9XiC8fR964/s72-c/HOS_014C.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-363147996329639225</id><published>2007-10-06T00:08:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:34.081+07:00</updated><title type='text'>พูดไม่ผิด แต่คิดเป็นอื่น (ตอนที่ 2)</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;เรื่องนี้ไม่เชิงว่าเป็นการตีความผิด แต่ผมว่ามันก็ใกล้เคียงแหละ ลองมาดูกันดีกว่าว่าใครคิดผิดใครคิดถูก&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;สะกูไร&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;งงล่ะสิครับ ว่ามันคืออะไร เรื่องนี้มันไม่เชิงว่า เป็นการตีความผิด แต่ว่าผมว่ามันก็ใกล้เคียงแหละ เรื่องมันมีอยู่ว่า มีอยู่วันหนึ่ง ผมให้ช่างมาซ่อมประตูบานเลื่อน เพราะว่ามันตกราง ช่างเขาก็มาก้มๆ ส่องๆ ดูใต้บานประตู กับรางเลื่อน แล้วหันมาหาผม พร้อมกับถามผมว่า “น้องมีสะกูไรมั้ย สะกูไร” เอาล่ะสิครับพี่น้อง มันคืออะไรของเขาเหรอ ไอ้เจ้าสะกูไร เนี่ย ผมก็เลยพยายามหาคำตอบให้กับตัวเอง ด้วยการถามเขากลับว่า “จะโทรศัพท์เหรอครับ” แทนที่จะได้คำตอบ เขากลับงงตามผม กลายเป็นว่าชวนกันงง เขาก็เลยถามผมใหม่ คำถามเดิมเลยครับ ว่า “มีสะกูไรมั้ย” แต่คราวนี้ เขาหมุนข้อมือไปด้วยเป็นภาพประกอบ ผมก็เลยทราบทันทีว่า สิ่งที่เขาต้องการคือ “ไขควง” ครับ &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117901439507546514" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 136px; CURSOR: hand; HEIGHT: 114px; TEXT-ALIGN: center" height="136" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwZwPlFOwZI/AAAAAAAAAJ8/Pna4M5dQkEc/s200/screwdriver.gif" width="164" border="0" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;คือเขามาถามหาสิ่งของโดยใช้ศัพท์ฝรั่งกับผม แต่เผอิญเขาไม่แม่น Accent แทนที่ผมจะได้ยินคำว่า สกรูว์ไดรฟ์เวอร์ (Screwdriver) มันเลยกลายเป็น สะกูไร แทน&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-363147996329639225?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/363147996329639225/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=363147996329639225' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/363147996329639225'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/363147996329639225'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/2.html' title='พูดไม่ผิด แต่คิดเป็นอื่น (ตอนที่ 2)'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwZwPlFOwZI/AAAAAAAAAJ8/Pna4M5dQkEc/s72-c/screwdriver.gif' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-7064570366837645858</id><published>2007-10-05T23:31:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:34.307+07:00</updated><title type='text'>พูดไม่ผิด แต่คิดเป็นอื่น (ตอนที่ 1)</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;เชื่อมั้ยครับท่านผู้อ่าน ว่าคำพูดบางคำ สามารถตีความหมายได้หลายอย่าง ได้ทั้งดีและไม่ดีโดยทั้งๆ ที่เราไม่ได้เจตนาอย่างนั้น ผมมีเรื่องเล่าอยู่ 3-4 เรื่อง เกี่ยวกับปาก (คนพูด) ไม่ตรงกับใจ (คนฟัง) ให้อ่านกันเล่นๆ ครับ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;em&gt;เรื่องหอยๆ&lt;br /&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;ผมไปทานข้าวต้มกับเพื่อนๆ ร่วมห้องเรียนและคุณครูอีก 2 ท่าน และขณะนั้นทุกคนต่างคิดเมนูที่อยากทาน และทยอยสั่ง ในหัวของผมบอกกับตัวผมเองว่า “อยากกินหอยลายผัดพริกเผา” และสั่งการใ&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwZoAFFOwYI/AAAAAAAAAJ0/MnsoFM2H0xU/s1600-h/Clam1-R.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117892377126551938" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" height="102" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwZoAFFOwYI/AAAAAAAAAJ0/MnsoFM2H0xU/s200/Clam1-R.gif" width="99" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;ห้ปากผมสั่งอาหาร แต่ก่อนจะสั่ง ผมก็ขอยืนยันกับทางคนรับออเดอร์ก่อนว่า ทางร้านมีหอยลายสด ผมจึงถามพนักงานไปว่า “มีหอยลายมั้ยครับ” พอจบประโยคปุ๊บ คุณครูทั้ง 2 ท่านของผม หันขวับมาหาผมแล้วบอกว่า “ห้ามพูดว่า มี” ผมก็งงสิ ว่าทำไม คุณครูก็เลยบอกใบ้ให้ว่า คนรับออเดอร์เป็นผู้หญิง ไปถามเขาอย่างนั้นได้ไง.....เท่านั้นแหละ ผมก็ถึงบางอ้อ โธ่เอ๊ย ไอ้เราก็ถามอย่างซื่อๆ ไม่ได้ไปคิดอยากจะรู้เสียหน่อยว่าของเขาลายรึเปล่า พอทราบอย่างนี้ก็จะจำไว้เลยว่า เวลาจะสั่งเมนูหอยไม่ควรใช้คำถามที่ว่า “มีหอยมั้ยครับ”&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-7064570366837645858?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/7064570366837645858/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=7064570366837645858' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7064570366837645858'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7064570366837645858'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/1.html' title='พูดไม่ผิด แต่คิดเป็นอื่น (ตอนที่ 1)'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwZoAFFOwYI/AAAAAAAAAJ0/MnsoFM2H0xU/s72-c/Clam1-R.gif' height='72' width='72'/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-7905287860251761066</id><published>2007-10-05T21:45:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:35.865+07:00</updated><title type='text'>Happy Meal ล้านนา</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwZkvFFOwXI/AAAAAAAAAJs/hBfZENLYAF8/s1600-h/afbeelding.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117888786533892466" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 93px; CURSOR: hand; HEIGHT: 84px" height="102" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwZkvFFOwXI/AAAAAAAAAJs/hBfZENLYAF8/s200/afbeelding.jpg" width="103" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ถ้าพูดถึง Happy Meal สิ่งแรกที่ทุกๆ คนนึกถึงก็คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจากอาหารชุ&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwZhUVFOwTI/AAAAAAAAAJM/vN8WqPfumyM/s1600-h/afbeelding.jpg"&gt;&lt;/a&gt;ดคุณหนูที่ McDonald’s ใช่มั้ยครับ แต่ผมขอแนะนำ Happy Meal ชุดใหม่ ที่ไม่ใช่ Junk food และผมตั้งชื่อให้อาหารชุดนี้ว่า &lt;em&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6600;"&gt;Happy Meal ล้านนา&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt; เพราะว่าเป็นอาหารชุดจากเชียงใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้ต้นคิดในการนำชื่อ Happy Meal มาเรียกอาหาชุดนี้ คือใครผมก็ไม่อาจทราบได้ เพราะว่ายังไม่เกิดในวงการเทวดา แต่เอาเป็นว่าทุกครั้งที่มีไฟลท์บินไปเชียงใหม่ แทบทุกคนจะต้องสั่งซื้อ Happy Meal นี้กันเสมอ เหมือนๆ กับไปอิตาลีแล้วต้องกินสปาเก็ตตีอะไรทำนองนั้นครับ ซึ่งในหนึ่งชุด (เล็ก) ประกอบไปด้วย&lt;br /&gt;· หมูทอด&lt;br /&gt;· แหนมทอด&lt;br /&gt;· หมูยอทอด&lt;br /&gt;· ไส้อั่ว&lt;br /&gt;· น้ำพริกหนุ่ม&lt;br /&gt;· ข้าวเหนียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน้าตาของมันก็จะเป็นอย่างที่เห็นในภาพครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117886170898809170" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwZiW1FOwVI/AAAAAAAAAJc/eesZpGrMCqE/s320/DSCN8201.JPG" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งหมดนี้คุณคิดว่าราคาเท่าไหร่ครับ ผมให้ทาย....100 บาท? ผิดครับ อาหารชุดนี้ราคาแค่ 60 บาทเท่านั้น อิ่ม อร่อย ได้ประโยชน์กว่าอาหารขยะเป็นไหนๆ เห็นมั้ยครับ ว่าอาหารไทย ไม่ว่าจะจากภาคไหนก็อร่อยและราคาถูก เราลองหันมาบริโภคอาหารชุดไทยๆ แทนที่จะไปเลือกรับประทานอาหารขยะที่มีแต่แป้ง ไขมัน และ แคลอรี แล้วคุณจะรู้ว่า ของไทยเราดีจริงๆ&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-7905287860251761066?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/7905287860251761066/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=7905287860251761066' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7905287860251761066'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7905287860251761066'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/happy-meal.html' title='Happy Meal ล้านนา'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwZkvFFOwXI/AAAAAAAAAJs/hBfZENLYAF8/s72-c/afbeelding.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-8691338596901143353</id><published>2007-10-04T20:42:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:36.427+07:00</updated><title type='text'>ถุงไม่ต้องครับ ถุงไม่ต้อง</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwTwZFFOwOI/AAAAAAAAAIs/YAmEXoK7u1k/s1600-h/DSCN8198.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117479390251237602" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 194px; CURSOR: hand; HEIGHT: 255px" height="287" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwTwZFFOwOI/AAAAAAAAAIs/YAmEXoK7u1k/s320/DSCN8198.JPG" width="201" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;“ไม่ต้องใส่ถุงครับ” คำพูดนี้เป็นคำพูดที่ผมใช้ประจำ และอย่างเพิ่งคิดไปไหนไกลครับ ถุงที่ผมว่านี้หมายถึงถุงพลาสติกเวลาที่ไปซื้อของครับ และความคิดที่จะลดขยะของผมนี้ไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นเพราะกระแสโลกร้อนนะครับ ผมพยายามจะช่วยลดปริมาณขยะมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เพราะว่าผมสังเกตมาเป็นเวลานานแล้วว่าทั่วทั้งเมืองมันมีแต่ขยะ แล้วมีวันนึงผมดูรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับขยะพลาสติก เขาบอกว่า ถ้านำจำนวนขยะถุงพลาสติกของคนไทยเนี่ย มาผูกต่อๆ กัน สามารถพันรอบโลกได้หลายรอบเลยทีเดียว ผมก็เลยคิดว่า เอาน่า เราไม่ทำให้มันสกปรกแค่คนเดียว ก็ยังดีกว่าไม่ช่วยอะไรเลย ดังนั้น เวลาผมไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ ถ้าหากว่าซื้อไม่เยอะ ไม่เกินกำลังมือที่จะถือ ผมก็จะบอกพนักงานว่าไม่ต้องใส่ถุง หรือเวลาไปซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วต้องซื้อของปริมาณเยอะหน่อย ผมก็พยายามใส่รวมๆ กันในถุงเดียว แล้วมาลุ้นว่ามันจะขาดมั้ย (ชอบความตื่นเต้นครับ) แต่พักหลังมานี้ด้วยกระแสภาวะโลกร้อนกำลังเป็นประเด็น พ่อค้าแม่ค้าหัวใส และองค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ ก็ได้จัดทำกระเป๋าผ้า ถุงผ้าออกมาจำหน่ายให้ได้ใช้กัน ตอนแรกๆ ผมตัดใจซื้อไม่ค่อยลง เพราะว่าราคามันสูงครับ แล้วอันที่ไม่แพงก็ดูไม่ทนอีก แต่ท้ายที่สุดก็ยอมแพ้จิตสำนึกที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและเพื่อโลกที่สดใส ผมก็ยอมซื้อมาหนึ่งใบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากถุงผ้าแล้ว มีบางคนเช่นนักร้องวงทีโบน (ขอโทษทีครับ ผมจำชื่อพี่เขาไม่ได้) ใช้ปิ่นโตในการซื้ออาหาร เพื่อเป็นการลดปริมาณถุงพลาสติก เขาทำอย่างนี้มาเป็นเวลา 10 ปีแล้วล่ะครับ คิดดูสิครับ ว่าหนึ่งมื้อง่ายๆ ที่มีข้าวสวย แกงหนึ่งอย่าง กับอีกหนึ่งอย่าง แค่นี้ก็ใช้ถุงพลาสติกไปตั้ง 3 ใบแล้ว จะมาใส่รวมในถุงเดียวกันก็ไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถุงผ้า และ ปิ่นโต เป็นแค่สองวิธีง่ายๆ จากหลายร้อยหลายพันวิธีที่จะช่วยลดปริมาณขยะและรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับโลกของเรา เรามาช่วยกันคนละไม้คนละมือ ก่อนที่เราจะไม่มีโลกให้อยู่กันเถอะครับ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117480811885412594" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwTxr1FOwPI/AAAAAAAAAI0/Pz5QtAC1PXM/s200/suflogo.jpg" border="0" /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-8691338596901143353?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/8691338596901143353/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=8691338596901143353' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/8691338596901143353'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/8691338596901143353'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/blog-post_5549.html' title='ถุงไม่ต้องครับ ถุงไม่ต้อง'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwTwZFFOwOI/AAAAAAAAAIs/YAmEXoK7u1k/s72-c/DSCN8198.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-5939136060967009756</id><published>2007-10-04T01:38:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:36.681+07:00</updated><title type='text'>มองแต่สิ่งดี</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เล็กๆ น้อยๆ จากท่านพุทธทาสภิกขุ เพื่อสังคมที่น่าอยู่ขึ้นครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117185097867568418" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPkvAhRpSI/AAAAAAAAAIU/LdSeBaeiFts/s400/117-good-view.gif" border="0" /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-5939136060967009756?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/5939136060967009756/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=5939136060967009756' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/5939136060967009756'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/5939136060967009756'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/blog-post_695.html' title='มองแต่สิ่งดี'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPkvAhRpSI/AAAAAAAAAIU/LdSeBaeiFts/s72-c/117-good-view.gif' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-8738679879919266859</id><published>2007-10-04T00:05:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:38.896+07:00</updated><title type='text'>แค้นนี้ ต้องชำระ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เจ้านายต่อว่า ลูกค้างี่เง่า เพื่อนร่วมงานไม่ได้เรื่อง คนขับรถปาดหน้า ฯลฯ แต่ละอย่างที่ผมกล่าวมานี้ ถ้าใครเจอก็คงพูดได้คำเดียวว่าเซ็ง ยิ่งเจอซ้ำๆ บ่อยๆ และพร้อมๆ กันก็จะทำให้หงุดหงิด แล้วพาลไปถึงโกรธ พอโกรธมากๆ เข้า แต่ทำอะไรไม่ได้ก็จะเกิดเป็นความแค้น แล้วคราวนี้จะทำยังไงดีล่ะครับ ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ผมรับรองว่าไม่นานต้องเสียสติ เพราะอัดอั้นความทุกข์เอาไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมมีทางออกครับ เป็นทางออกที่ไม่มีใครเจ็บตัว และไม่มีใครเป็นผู้กระทำหรือตกเป็นผู้ถูกกระทำ คือว่าพอดีผมได้รับเครื่องช่วยระบายความเครียด (และความแค้น) จาก Forward mail เลยอยากจะนำมาแชร์ครับ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPR4QhRpHI/AAAAAAAAAG8/BWqr_DyYIoI/s1600-h/Picture1.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117164366060430450" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPR4QhRpHI/AAAAAAAAAG8/BWqr_DyYIoI/s200/Picture1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เริ่มต้นจากใส่ชื่อคนที่เราอยากจะเคลียร์หนี้ด้วย (ตอนนี้ขอเว้นไว้ เพื่อเหตุผลทางการแสดง)&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPSCAhRpII/AAAAAAAAAHE/IXu-zq-aVpI/s1600-h/Picture3.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117164533564155010" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPSCAhRpII/AAAAAAAAAHE/IXu-zq-aVpI/s200/Picture3.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;และใช้อาวุธประจำกายระบายความแค้น&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPSfwhRpJI/AAAAAAAAAHM/Kjjc-z52ox4/s1600-h/Picture4.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117165044665263250" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPSfwhRpJI/AAAAAAAAAHM/Kjjc-z52ox4/s200/Picture4.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เท่านั้นยังไม่พอ ยังสามารถเลือกอาวุธเพิ่มเติมได้ตามชอบ &lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPYFghRpPI/AAAAAAAAAH8/I3lX3yR8z2A/s1600-h/Picture5.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117171190763463922" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPYFghRpPI/AAAAAAAAAH8/I3lX3yR8z2A/s200/Picture5.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPSvQhRpKI/AAAAAAAAAHU/BRDtLCBEYBQ/s1600-h/Picture5.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;มีทั้งสนับมือ &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPWWQhRpNI/AAAAAAAAAHs/jYd0LNlGmdg/s1600-h/Picture6.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117169279503017170" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPWWQhRpNI/AAAAAAAAAHs/jYd0LNlGmdg/s200/Picture6.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;อวัยวะเบื้องต่ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPW5whRpOI/AAAAAAAAAH0/jpQrLAtjxUk/s1600-h/Picture7.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117169889388373218" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPW5whRpOI/AAAAAAAAAH0/jpQrLAtjxUk/s200/Picture7.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;และอุปกรณ์กีฬา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใส่มันเข้าไปให้เต็มที่จนเต็ม K.O. Meter จนเป็นที่สาแก่ใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเป็นที่พอใจแล้วก็ทำการปฐมพยาบาลแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ กับคนเดิม หรือคนอื่นที่เราไม่ชอบขี้หน้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;คำเตือน ไม่เหมาะสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และผู้ปกครองควรให้คำแนะนำในการชมเนื่องด้วยภาพประกอบอันรุนแรง และความไร้ประโยชน์สาระอันแสนสาหัส&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-8738679879919266859?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/8738679879919266859/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=8738679879919266859' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/8738679879919266859'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/8738679879919266859'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/blog-post_04.html' title='แค้นนี้ ต้องชำระ'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPR4QhRpHI/AAAAAAAAAG8/BWqr_DyYIoI/s72-c/Picture1.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-7883202860439829625</id><published>2007-10-03T19:56:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:39.152+07:00</updated><title type='text'>เสพบ้าน</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117095753957876722" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 175px; CURSOR: hand; HEIGHT: 156px" height="161" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwOTeghRo_I/AAAAAAAAAF8/BBOZYF49B6s/s200/0001678.jpg" width="156" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;อาจจะฟังดูพิลึกว่าอะไรคือเสพบ้าน เป็นยาเสพย์ติดชนิดใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม หรือว่ามันคืออะไรกันแน่ อย่าเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสิ่งไม่ดีนะครับ คำนี้เพื่อนผมเป็นผู้บัญญัติขึ้น สืบเนื่องมาจากวันนี้เป็นวันว่าง ผมเลยอยู่บ้านไม่มีอะไรต้องกังวล เลยถือโอกาสทำความสะอาดบ้าน ทำ Laundry เล็กน้อย (ปกติเป็นงานประจำ) ท่องโลก Internet พร้อมๆ กับเขียน Blog และ เพลิดเพลินกับวันว่างในบ้านจนไร้ความรู้สึกที่อยากจะออกไปไหน ขนาดไปกินข้าวก็ยังไม่อยากไป เพื่อนชวนให้ไปนู่นไปนี่ผมก็ไม่ไป เสมือนว่าเสพติดชีวิตในบ้าน จนเป็นที่มาของคำว่า "เสพบ้าน"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในทำนองเดียวกัน เมื่อคืนนี้เพื่อนของผมเข้านอนตั้งแต่เย็น จนถึงรุ่งสางของอีกวัน นับชั่วโมงนอนได้ 11 ชั่วโมง สงสัยว่าจะ "เสพฟูก" จนเอ็นโดรฟีนหลั่งเกินความจำเป็นต่อร่างกาย ส่งผลให้เฮฮาเกินกว่าปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วคุณล่ะครับ วันนี้ "เสพ" อะไรที่เป็นผลดีต่อร่างกายและสังคมแล้วหรือยัง?&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-7883202860439829625?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/7883202860439829625/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=7883202860439829625' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7883202860439829625'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/7883202860439829625'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/blog-post_03.html' title='เสพบ้าน'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwOTeghRo_I/AAAAAAAAAF8/BBOZYF49B6s/s72-c/0001678.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-6119357829030280307</id><published>2007-10-03T17:36:00.001+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:39.793+07:00</updated><title type='text'>เมื่อสังคมและคนรอบข้างมากำหนด "ตัวตน" ของเรา</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwOo4ghRpAI/AAAAAAAAAGE/SSGO8ziQJRM/s1600-h/42-15241999.jpg"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117119290378658818" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwOo4ghRpAI/AAAAAAAAAGE/SSGO8ziQJRM/s200/42-15241999.jpg" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt; มองไปรอบตัวเราทุกๆ วันนี้ สังคมไทยเราชักจะมีอะไรแปลกๆ แต่ในความแปลกที่ว่านี้กลับมีหน้าตาที่เหมือนๆ กัน งงกับคำพูดผมใช่มั้ยครับ ผมเองก็งงเหมือนกันว่าที่พูดไปคืออะไร แต่จะขอขยายความให้เห็นภาพนะครับ ถ้าเราสังเกตกันดีๆ วัยรุ่นสมัยนี้เขามักจะทำอะไรเหมือนๆ กันไม่ว่าจะเป็นทรงผมที่ได้รับอิทธิพลมาจากเกาหลีและญี่ปุ่นเต็มๆ และการแต่งกายที่นับวันจะใช้ปริมาณผ้าน้อยลงไปเรื่อยๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีวันนึง ผมไปเดินสยาม ปรากฏว่าเด็กๆ ที่สยามแต่งตัวเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นผมทรงวัยรุ่นเกาหลี วัยรุ่นญี่ปุ่น ใส่กางเกงขาเดฟ ใส่แซ็กสั้น กางเกงขาสั้น เขาแต่งตัวกันแบบนี้และเป็นแบบเดียวที่สามารถพบเห็นได้ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำอะไรตามๆ กัน หรือเป็นเพราะว่าสังคมและผองเพื่อนของคนเราสมัยนี้เป็นตัวกำหนดความเป็น ”ตัวตน” ของคนแต่ละคนไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันแปลกดีนะครับ ที่เวลาใครทำอะไรอย่างหนึ่งแล้วเป็นจุดเด่นดูดีขึ้นมา แล้วทำให้คนอื่นๆ ทำตาม จนขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นแฟชั่นและค่านิยมของสังคมนั้นไป ใครทำอะไรผิดแปลกไปจากที่เขาปฏิบัติกันอยู่ ถือว่าไม่เข้าพวกไปเสียอย่างนั้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPEwAhRpBI/AAAAAAAAAGM/P4Z0Cn9MxjY/s1600-h/90193-139.jpg"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPEwAhRpBI/AAAAAAAAAGM/P4Z0Cn9MxjY/s1600-h/90193-139.jpg"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117149930675348498" style="CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPEwAhRpBI/AAAAAAAAAGM/P4Z0Cn9MxjY/s200/90193-139.jpg" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ถ้ามองกลับกัน ผมว่าการที่ทำอะไรเหมือนๆ กันก็แสดงออกถึงความสามัคคี ความมีเอกภาพดี แต่มันจะขาดความมีเอกลักษณ์ หรือพูดง่ายๆ คือลืมเป็นตัวของตัวเอง (ต่างกับมาร์ค ที่อยากเป็นตัวของตัวเอง) และในเมื่อทำตามสิ่งที่เขาทำกัน ความคิดก็จะหยุดนิ่ง ไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องคิด ในเมื่อมีตัวอย่างให้ทำตาม แล้วอย่างนี้อนาคตของมนุษย์เราจะเป็นยังไง...เป็นอะไรที่น่ากลัวทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPEwAhRpBI/AAAAAAAAAGM/P4Z0Cn9MxjY/s1600-h/90193-139.jpg"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ผมว่าเราลองมองย้อนกลับมามองดูตัวเองกันดีกว่า ว่าทุกวันนี้ที่เราเป็นอยู่ เราดำเนินชีวิตตามที่ใจเราอยากให้เป็น หรือเป็นไปตามที่สังคมและสิ่งรอบข้างมา &lt;strong&gt;"กำหนด"&lt;/strong&gt; ให้เรา&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPGPAhRpCI/AAAAAAAAAGU/EWBGzhTbUkA/s1600-h/101187-27.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117151562762920994" style="CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwPGPAhRpCI/AAAAAAAAAGU/EWBGzhTbUkA/s200/101187-27.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-6119357829030280307?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/6119357829030280307/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=6119357829030280307' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/6119357829030280307'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/6119357829030280307'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/blog-post_9594.html' title='เมื่อสังคมและคนรอบข้างมากำหนด &quot;ตัวตน&quot; ของเรา'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwOo4ghRpAI/AAAAAAAAAGE/SSGO8ziQJRM/s72-c/42-15241999.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-5934687579364055570</id><published>2007-10-03T10:45:00.000+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:42.710+07:00</updated><title type='text'>"ท่านผู้โดยสารคะ.."</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwM_LghRoqI/AAAAAAAAADQ/Gn_vs9mtbdA/s1600-h/42-15730985.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117003068563628706" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwM_LghRoqI/AAAAAAAAADQ/Gn_vs9mtbdA/s200/42-15730985.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;“..อีกสักครู่เชิญชมสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยบนเครื่องบินจากพนักงานต้อนรับค่ะ” &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;ประโยคนี้เป็นประโยคที่เราได้ยินกันเป็นประจำทุกครั้งเมื่อขึ้นเครื่องบินในเวลาก่อนที่เครื่องจะทำการ Take off ไม่ว่าจะเป็นสายการบินไหนในโลกก็ตาม และผมเชื่อว่าตั้งแต่เหตุการณ์เครื่องบินของสายการบิน One-2-Go เที่ยวบินที่ OG269 ลื่นไถลออกนอกรันเวย์ที่ภูเก็ต ทำให้ทุกๆ คนตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยบนเครื่องบินมากขึ้น และบางคนถึงกับหวาดกลัวการเดินทางทางอากาศไปเลยก็มี อันนี้ไม่ว่ากัน เพราะว่าห้ามกันไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรามาดูกันดีกว่าว่า เหตุผลของการที่เขาให้ปฏิบัติตามเขาแต่ละอย่างมันคืออะไร พวกเราจะได้เข้าใจกันถ้วนหน้า ว่า อ๋อ..ที่เขาให้ทำแบบนี้ก็เพราะมันเป็นอย่างนี้นี่เอง&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwMRcQhRodI/AAAAAAAAABo/81vGM3kX4zg/s1600-h/bags.gif"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;เริ่มต้นกันตั้งแต่เดินขึ้นเครื่องจนไปถึงที่นั่งกันเลย สงสัยมั้ยว่าทำให้ผู้โดยสารต้องเก็บของไว้ในที่เก็บของเหนือศีรษะ หรือใต้ที่นั่งด้านหน้ามั้ย นั้นก็เพราะว่า&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwMQ_ghRocI/AAAAAAAAABg/xIXRyDLd8kY/s1600-h/bags.gif"&gt;&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;สัมภาระของเราถือเป็น Loose object เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินแล้วจะกลายเป็นสิ่งกีดขวางเส้นทางหนีของผู้โดยสาร หรือแม้กระทั่งกลายเป็นกระสุนลูกใหญ่ได้เลยทีเดียว และสาเหตุที่ใต้ที่นั่งด้านหน้าเป็นที่ที่เก็บสัมภาระได้ เพราะว่าจะมีแผงกัน เมื่อเกิดการลงจอดฉุกเฉิน กระเป๋าของพวกเราก็จะถูกดันไปติดอยู่ด้านในภายใต้เก้าอี้ ไม่ก่อให้กระเป๋าคุณเป็น Loose object &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5116953710799462882" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 210px; CURSOR: hand; HEIGHT: 307px; TEXT-ALIGN: center" height="323" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwMSSghRoeI/AAAAAAAAABw/_YP9Ht4n2ao/s320/bags.gif" width="231" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเก็บของเสร็จแล้วก็ถึงเวลานั่งประจำที่ ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าต้องรัดเข็มขัด ทำไมน่ะเหรอครับ ก็เพราะว่าระหว่างการเดินทางเราไม่ทราบหรอกว่าจะตกหลุมอากาศเมื่อไหร่ เข็มขัดนี้เรียกได้ว่าเป็นผู้ช่วยชีวิตคนมานักต่อนักแล้ว และการรัดเข็มขัด ก็ต้องรัดให้กระชับที่ระดับสะโพก ย้ำครับย้ำ ว่ากระชับที่ระดับสะโพก หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เจ้าเข็มขัดที่รัดไว้ระดับสะโพกนี้แหละจะรั้งช่วงสะโพกของเราที่ถือว่าค่อนข้างแข็งแรง ใครชอบรัดเข็มขัดหลวมๆ ขอเตือนครับว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉิน แทนที่เข็มขัดจะดึงช่วงสะโพก จะกลายเป็นดึงช่วงหน้าอก ซี่โครง หรือหน้าท้อง ซึ่งไม่ได้แข็งแรงเท่าสะโพก และเป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรงภายในได้ และขอแนะนำว่าให้รัดเข็มขัดไว้ตลอดเวลาขณะนั่งประจำที่นะครับ เพราะอย่างที่ผมบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าเราไม่ทราบว่าเครื่องบินจะตกหลุมอากาศเมื่อไหร่ สำหรับคนที่มีรูปร่างใหญ่ก็ใช่เหตุผลที่จะขอไม่รัดเข็มขัดครับ เพราะว่าเขามี extension seat belt ไว้ให้เพื่อความปลอดภัย&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwM4DQhRomI/AAAAAAAAACw/9fPD-i738rw/s1600-h/AAKI001029.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5116995230248313442" style="CURSOR: hand" height="158" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwM4DQhRomI/AAAAAAAAACw/9fPD-i738rw/s200/AAKI001029.jpg" width="112" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwM36AhRolI/AAAAAAAAACo/W-VP11FBCEc/s1600-h/AX073099.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5116995071334523474" style="CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwM36AhRolI/AAAAAAAAACo/W-VP11FBCEc/s200/AX073099.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwMY6AhRogI/AAAAAAAAACA/ICrtRRrf7og/s1600-h/236051_fasten_seatbelt_sign.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="justify"&gt;ก่อนเครื่องจะขึ้นและลง เราเคยสงสัยมั้ย ว่าทำให้ถึงต้องให้ปรับพนักเก้าอี้ให้ตั้งตรง ต้องพับเก็บโต๊ะ&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwMu3QhRoiI/AAAAAAAAACQ/C32aWN6-DeU/s1600-h/23114318.jpg"&gt;&lt;/a&gt;หน้าที่นั่ง ต้องพับเก็บที่วางเท้า เก็บจอภาพข้างที่นั่ง หรือว่าให้เปิดหน้าต่างทุกบาน สาเหตุที่ต้องทำอย่างนี้เพราะว่าช่วง Take off และ Landing ถือเป็นช่วง Critical phase ของการทำการบิน และกว่า 90% ของอุบัติเหตุมักจะเกิดในช่วงนี้ ดังนั้น เพื่อให้สะดวกต่อการอพยพหนีออกจากตัวเครื่องบิน การที่ปรับพนักเก้าอี้ตรง ก็เพื่อเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน เราจะได้ไม่มีเก้าอี้เอนมาขวางทางขณะหนีออก และเหตุผลนี้เป็นเหตุผลเดียวกับการให้พับโต๊ะหน้าที่นั่ง ที่วางเท้า และ จอภาพข้างที่นั่งครับ ส่วนการที่ให้เปิดหน้าต่างนั้น ก็เพราะว่าจะได้ปรับสายตาจากความแตกต่างของความสว่างภายใน และภายนอกห้องโดยสารครับ&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNGoghRovI/AAAAAAAAAD4/9m3is0aQua8/s1600-h/a0124-000119.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117011263361229554" style="WIDTH: 152px; CURSOR: hand; HEIGHT: 106px" height="121" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNGoghRovI/AAAAAAAAAD4/9m3is0aQua8/s200/a0124-000119.jpg" width="170" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNDfQhRotI/AAAAAAAAADo/5HvwEEHX-n4/s1600-h/42-15533496.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117007805912556242" style="WIDTH: 88px; CURSOR: hand; HEIGHT: 106px" height="135" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNDfQhRotI/AAAAAAAAADo/5HvwEEHX-n4/s200/42-15533496.jpg" width="108" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNEKAhRouI/AAAAAAAAADw/FUImBwyIiQU/s1600-h/200381170-001.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117008540351963874" style="WIDTH: 83px; CURSOR: hand; HEIGHT: 106px" height="132" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNEKAhRouI/AAAAAAAAADw/FUImBwyIiQU/s200/200381170-001.jpg" width="107" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;ความดันอากาศภายในห้องโดยสารนั้นมีการปรับไว้เพื่อความสบายของพวกเรา แต่ในบางครั้งเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน แล้วเครื่&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNK_AhRowI/AAAAAAAAAEA/BpK-tMVH9hs/s1600-h/42-15730988.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117016047954797314" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNK_AhRowI/AAAAAAAAAEA/BpK-tMVH9hs/s200/42-15730988.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;องบินจำเป็นต้องลดระดับอย่างรวดเร็ว หรืออาจมีเหตุอื่นๆ ที่ทำให้สูญเสียความดันอากาศภายในห้องโดยสาร สิ่งที่พวกเราทุกคนต้องการก็คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกเสียจากหน้ากากออกซิเจน ซึ่งวิธีการใช้ก็คงไม่ยากเย็นเกินความสามารถของทุกคน แต่...ถ้าหากเราเดินทางไปกับเด็ก ก็อย่าลืมใส่ให้ตัวเองก่อนใส่ให้เด็กนะครับ เพราะเรายิ่งปล่อยให้ตัวเองขาดออกซิเจนนานเท่าไหร่ ความสามารถในการครองสติของเราก็จะลดลงเร็วเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถไปช่วยเหลือใครได้ แม้กระทั่งตัวเราเอง ตามที่ผมเคยเล่าไว้ในเรื่องของ Hypoxia&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าเมื่อใดที่มีเหตุจำเป็นต้องนำเครื่องบินลงจอดในน้ำ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือเสื้อชูชีพ ที่เก็บไว้ใต้ที่นั่ง ในที่พักแขน หรือ&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNMGghRoyI/AAAAAAAAAEQ/gn6LB7x_MFM/s1600-h/pull_t.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117017276315444002" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 122px; CURSOR: hand; HEIGHT: 115px" height="77" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNMGghRoyI/AAAAAAAAAEQ/gn6LB7x_MFM/s200/pull_t.jpg" width="74" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;ตามที่มีเครื่องหมายแสดงไว้ หรืออุปกรณ์ลอยน้ำอื่นๆ เช่นเบาะที่นั่ง แต่..เคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมเขาถึงไม่ให้เรากระตุกเสื้อชูชีพให้พองลมขณะที่นั่งอยู่ในเครื่องบิน นั่นก็เพราะว่า ถ้าหากเครื่องลงน้ำแล้วท่านใส่เสื้อชูชีพที่พองลม แทนที่ท่านจะได้ลอยออกไปจากเครื่องบิน จะกลายเป็นว่าลอยติดอยู่ในซากเครื่องบินแทน เพราะฉะนั้น จะเป็นการดีกว่าที่จะกระตุกเสื้อชูชีพให้พองลมนอกตัวเครื่อง หรือว่า ขณะที่กำลังเดินออกจากตัวเครื่องครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNL4AhRoxI/AAAAAAAAAEI/S_Kpnugk4G0/s1600-h/891221-001.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117017027207340818" style="CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNL4AhRoxI/AAAAAAAAAEI/S_Kpnugk4G0/s200/891221-001.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNL4AhRoxI/AAAAAAAAAEI/S_Kpnugk4G0/s1600-h/891221-001.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNMeghRozI/AAAAAAAAAEY/bEC1NO58Cns/s1600-h/73674610.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117017688632304434" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 123px; CURSOR: hand; HEIGHT: 162px" height="150" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNMeghRozI/AAAAAAAAAEY/bEC1NO58Cns/s200/73674610.jpg" width="115" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; แล้วถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ เราจะทำยังไงและจะหนีไปทางไหนล่ะ? จะเป็นการดีมากถ้าหากเราทุกคนรู้ว่าประตูทางออกฉุกเฉินอยู่ที่ไหน ซึ่งโดยปกติแล้วประตูทางออกฉุกเฉินจะมีอยู่ด้วยกัน 8 ประตู 10 ประตู หรือ 12 ประตู แล้วแต่ประเภทของเครื่องบิน และประตูทางออกฉุกเฉินนี้ จะมีอุปกรณ์ความปลอดภัย ที่เรียกว่า Slide Raft ติดตั้งไว้สำหรับการอพยพออกจากเครื่องบิน สามารถเป็นได้ทั้งสไลด์ และเป็นได้ทั้งแพชูชีพ แต่บางประตูจะเป็นแค่สไลด์อย่างเดียว ไม่ได้เป็นแพชูชีพด้วย ทางที่ดี เราควรจะศึกษาข้อมูลนี้จากแผ่นพับในกระเป๋าที่นั่งด้านหน้าของเรา หรือว่าสอบถามได้จากพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินครับ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117018139603870530" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNM4whRo0I/AAAAAAAAAEg/idoI8thwxqE/s200/RF5468556.jpg" border="0" /&gt; &lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนท่านั่งที่ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินนั้น มีชื่อเรียกว่า Brace หรือ Crash protection เป็นพิสูจน์แล้วว่าก่อให้เกิดอันตรายกับตัวเราน้อยที่สุดในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งจะป้องกันคอและศีรษะของเราจากแรงกระแทกได้มากกว่าท่านั่งอื่นๆ ซึ่งท่านั่งก็มีอยู่สองแบบ ขึ้นอยู่กับที่นั่งของผู้โดยสารครับ ถ้าหากเรามีที่นั่งที่กว้าง หรือนั่งแถวหน้าสุด ก็สามารถพับตัว เพื่อป้องกันแรงกระแทกได้ เหมือนภาพซ้ายมือข้างล่าง ส่วนสำหรับที่นั่งที่แคบลงมาหน่อย ก็สามารถใช้แขน หรือประสานมือรองศีรษะไว้แล้วเอนตัวไปข้างหน้าเหมือนภาพขวามือ (สังเกตมั้ยว่านายแบบทั้งสองของเรารัดเข็มขัด Low and tight) แต่ถ้าหากว่ามีเด็กเล็กเดินทางมาด้วย ก็ให้อุ้มไว้ในระหว่างขาทั้งสองข้าง ไม่ใช้บนหน้าตักนะครับ แล้วใช้มือหนึ่งรองศีรษะเด็กไว้ และอีกมือหนึงรองศีรษะของเรา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNUqghRo4I/AAAAAAAAAFA/ePMwodLwI5k/s1600-h/brace_b2.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117026690883756930" style="CURSOR: hand" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNUqghRo4I/AAAAAAAAAFA/ePMwodLwI5k/s200/brace_b2.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNV9QhRo5I/AAAAAAAAAFI/S2U3pxHOJt8/s1600-h/brace_w2.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117028112517931922" style="CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNV9QhRo5I/AAAAAAAAAFI/S2U3pxHOJt8/s200/brace_w2.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;เป็นที่ทราบกันดีว่าสมัยนี้ใครไม่เป็นโรคติดต่อเนี่ย เชยมาก โรคติดต่อที่ว่านี้ก็คือโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์กา&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNOnghRo1I/AAAAAAAAAEo/Rlaj2NyHZj0/s1600-h/070119-phone-sign.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5117020042274382674" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" height="116" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwNOnghRo1I/AAAAAAAAAEo/Rlaj2NyHZj0/s200/070119-phone-sign.jpg" width="119" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;รสื่อสารต่างๆ ที่เราใช้กันทุกวันนี่แหละครับ ทราบมั้ยว่าทำไมสายการบินทั่วโลกถึงไม่อนุญาตให้พวกเราใช้อุปกรณ์เหล่านี้ นั่นก็เพราะว่าคลื่นสัญญาณจากโทรศัพท์มือถือ จะรบกวนการติดต่อสื่อสารระหว่างนักบินและหอบังคับการบินน่ะสิครับ ไม่เพียงแต่โทรศัพท์มือถืออย่างเดียวนะครับ รวมถึงของเล่นบังคับวิทยุ เครื่องส่ง หรือรับสัญญาณวิทยุ และอุปกรณ์ไร้สายต่างๆ เช่นบลูทูธ พริ้นเตอร์ไร้สาย อุปกรณ์เหล่านี้ล้วนก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ทั้งสิ้น อดใจไว้สักนิดระหว่างเดินทาง แล้วค่อยใช้เมื่อเครื่องบินจอดเทียบท่าอาคารผู้โดยสารแล้วจะดีกว่าครับ &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;ถึงแม้ว่าอุบัติเหตุของการเดินทางโดยเครื่องบินนั้นมักจะร้ายแรง แต่การเดินทางด้วยวิธีนี้ ยังนับเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการเดินทางด้วยวิธีอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรถยนต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวพวกเราที่สุด แต่เรากลับมองข้ามไป ขนาดการเดินทางง่ายๆ โดยใช้ลาและม้า ยังคร่าชีวิตของคนมากกว่าอุบัติเหตุทางอากาศเสียอีก (อันนี้ไม่ได้โม้นะ เมื่อคืนดูทีวีแล้วเจอจริงๆ) และพนักงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับอากาศยานมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยเป็นอย่างดี และเครื่องบินมีการตรวจสภาพความพร้อมก่อนทำการบินอย่างสม่ำเสมอ เพราะฉะนั้นพวกเราจึงมั่นใจได้ถึงสวัสดิภาพของพวกเรา และอย่าลืมที่จะทำตัวเป็นผู้โดยสารที่ดีทุกๆ ครั้งที่โดยสารไปกับเครื่องบินนะครับ&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-5934687579364055570?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/5934687579364055570/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=5934687579364055570' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/5934687579364055570'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/5934687579364055570'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/10/blog-post.html' title='&quot;ท่านผู้โดยสารคะ..&quot;'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/RwM_LghRoqI/AAAAAAAAADQ/Gn_vs9mtbdA/s72-c/42-15730985.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7990492565604625064.post-5803230284658140928</id><published>2007-07-30T23:57:00.001+07:00</published><updated>2008-12-11T15:03:43.380+07:00</updated><title type='text'>ยิ่งสูง...ยิ่งหนาว...Hypoxia got me bad</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;สำนวนโบราณที่ว่า “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” นี้เป็นเบสิกที่วัยเราๆ รู้กันอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นหน้าหนาวเราจะดั้นด้นขึ้นเหนือ ปีนดอย ไต่เขากันไปทำไม ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะไปสัมผัสความหนาวใช่มั้ยครับ และด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เขาก็ได้มีการศึกษาเอาไว้ว่า อุณหภูมิจะลดลง 2°C ทุกๆ ความสูง 1,000 ฟุต คิดดูก็แล้วกันครับว่าเครื่องบินที่เราโดยสารกันทุกวันนี้บินอยู่ที่ระดับความสูง 35,000 ฟุต ข้างนอกมันจะหนาวสะท้านสักแค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกเหนือจากอุณหภูมิที่ลดลงไปเรื่อยๆ ตามลำดับความสูงแล้ว ค่าความกดดันอากาศข้างบนนั้นก็ลดน้อยอีกเช่นกัน น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของที่เราสัมผัสได้บนพื้นดินเชียวล่ะ เมื่อความกดอากาศต่ำ สิ่งที่ตามมาก็คือความหนาแน่นของอากาศสำหรับหายใจก็จะน้อยลงตามไปด้วยตามธรรมชาติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยปกติแล้ว อากาศที่เราทุกคนสูดเข้าไปนั้น ประกอบด้วยก๊าซหลักๆ อยู่สองอย่างคือ ออกซิเจน 21% และ ไนโตรเจนอีก 78% ที่เหลือก็เป็นก๊าซอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนเติมเต็มให้ครบร้อย นับว่าเป็นความโชคดีของเราที่วิทยาศาสตร์อันก้าวหน้านี้ทำให้เราไม่ต้องไปเผชิญกับความกดอากาศต่ำที่ว่านี้ได้ เนื่องจากในห้องโดยสารเครื่องบินที่เรานั่งกันนั้น เขาปรับระดับความดันเอาไว้ที่ความสูงประมาณ 6,000-8,000 ฟุต อาจจะมีบ้างที่เกิดอาการหูอื้อ แต่นั่นนับว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ถ้าหากว่าห้องโดยสารไม่ได้ปรับระดับความดันอากาศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อวันอังคารที่ 24 ก.ค. 50 ผมได้ศึกษาเรื่องความดันอากาศ ที่สถาบันเวชศาสตร์การบิน และได้สัมผัสถึงภาวะของร่างกายตัวเองเมื่อเจอกับความกดอากาศต่ำโดยเข้าไปใน chamber เจ้า chamber ที่ว่านี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า hypobaric chamber ซึ่งมีไว้สำหรับจำลองสถานการณ์ที่ความกดอากาศต่ำ หน้าตาของเจ้า chamber ที่ว่านี้ก็เป็นแบบนี้นะครับ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5093033410833050738" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" height="222" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/Rq4W5zHmbHI/AAAAAAAAAAM/UcG99npNlcA/s320/HB-chamber.jpg" width="306" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ภาพนี้เป็นภาพที่ผมหามาจากอินเตอร์เน็ต พอดีวันที่เข้า chamber เขาไม่ให้พกอะไรเข้าไปข้างใน เพราะว่าอาจเสียได้ ขนาดนาฬิกาข้อมือยังเสียได้เลย เราก็เลยไปหารูปมาจากบนอินเตอร์เน็ตแทน ซึ่งก็ใกล้เคียงไม่น้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;อุปกรณ์ที่ทางสถานบันเวชศาสตร์จัดให้ก็คือ หมวกนิรภัย กับหน้ากากออกซิเจน ที่มองดูแล้วก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับนักบินเครื่องบินรบ F16 เขาใส่กันเลยล่ะ เพียงแต่ว่าหมวกที่ผมใส่เป็นสีเทาแค่นั้นเอง &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5093033887574420610" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 266px; CURSOR: hand; HEIGHT: 201px; TEXT-ALIGN: center" height="177" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/Rq4XVjHmbII/AAAAAAAAAAU/UWgj0oTom_4/s320/masks.jpg" width="254" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อเข้าไปแล้วก็นั่งประจำที่ โดยใน chamber นี้จะมีลูกโป่งแขวนไว้สองลูก เอาไว้ให้สังเกตการขยายตัวของก๊าซเมื่อความกดอากาศต่ำลง การผจญภัยเริ่มจากการปรับความอันอากาศไปที่ระดับความสูง 5,000 ฟุต ตอนนี้สิ่งที่ทุกคนรู้สึกก็คืออาการหูอื้อ ซึ่งก็กลืนน้ำลาย ขยับกราม อ้าปากหาว แก้หูอื้อกันไปทั่วหน้า และอีกไม่นานก็ไต่ระดับความสูงไปที่ 10,000 ฟุต ซึ่งเมื่อมาถึงจุดนี้ จะมีหน้ากากออกซิเจนฉุกเฉินที่หน้าตาเหมือนกับในเครื่องเป๊ะๆ ร่วงมาจากเพดาน เป็นการจำลองเหตุการณ์ฉุกเฉินบนเครื่องบินเอาไว้&lt;br /&gt;เมื่อเรียนรู้การใช้หน้ากากออกซิเจนกันไปแล้ว คราวนี้ก็เปลี่ยนกลับมาใส่หน้ากากนักบิน และทะยานขึ้นสู่ระดับความสูงที่ 25,000ฟุต (ด้วยการปรับความดันอากาศนะครับ ไม่ได้บินจริง) เมื่อไปถึงระดับที่ต้องการแล้วก็ทำการปลดหน้ากากออกซิเจนออก เหตุผลที่ให้ปลดหน้ากากนี้ก็เพื่อเป็นการรับรู้ถึง Hypoxia หรือ ภาวะร่างกายพร่องออกซิเจน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5093034424445332626" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" height="168" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/Rq4X0zHmbJI/AAAAAAAAAAc/zg24JrUGC2o/s320/zero8.jpg" width="259" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;Hypoxia นี้มีอยู่ทั้งหมดสี่ประเภท แต่ว่าจะขอกล่าวถึงประเภทเดียวที่สามารถเจอบ่อยบนเครื่องบิน นั่นก็คือ Hypoxic Hypoxia หรือว่า Altitude Hypoxia ซึ่งเกิดจากการที่ความดันอากาศในถุงลมลดลงเมื่ออยู่ในที่ความกดอากาศต่ำ ทำให้ระบบออกซิเจนทำงานผิดพลาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลับมาใน chamber ที่นักผจญภัยกำลังสัมผัสกับภาวะพร่องออกซิเจนกันต่อ ก่อนหน้าที่จะปลดหน้ากาก นักเรียนทุกคนจะได้รับข้อสอบคนละหนึ่งแผ่น เป็นการให้ผู้ทดสอบใช้สมองคำนวนเลขอะไรทำนองนั้น แต่ก่อนจะปลดหน้ากากครูฝึกก็ให้เขียนชื่อกับรายละเอียดส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนแล้ว &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;เมื่อปลดหน้ากากออก ทุกคนก็จะนั่งเฉยๆ อยู่นาทีนึงเต็มๆ ก่อนที่จะเริ่มลงมือจรดปลายดินสอเขียนตัวหนังสือ ในหนึ่งนาทีที่ว่านี้รู้สึกว่าหัวค่อยๆ โดนบีบอย่างช้าๆ รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ มึนๆ เวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก อาการเริ่มเป็นหนักขึ้นเมื่อเวลายิ่งผ่านไป พอครบหนึ่งนาทีก็ให้เริ่มลงมือทำข้อสอบ ตอนแรกน่ะก็ได้ยินมาว่าให้คิดเลข ผมก็ไม่กลัวหรอกครับ คิดเลขแบบง่ายๆ ชัวร์ๆ แต่...เมื่อเจอเข้าจริงๆ มันกลับยากกว่าที่คาดไว้ เช่น 2.856 x 625.8 จริงๆ ก็ไม่ยากหรอกนะ เพราะว่าทดได้ แต่ขอโทษ เหมือนว่าฟ้าไม่เป็นใจ เหมือนโดนครูฝึกกลั่นแกล้ง เลขมันเป็นคูณแนวตั้งแบบง่ายๆ ก็จริง แต่ว่าเลขมันวางไว้เยื้องกัน แล้วคราวนี้เราจะไปทดยังไงล่ะเนี่ย ทดไม่ถูกเลย ได้แต่เอาปลายดินสอ จิ้ม คาเอาไว้ ในใจก็คิดไปว่า นี่มันเป็น hypoxia ที่สมองขาดออกซิเจนแล้วคิดอะไรไม่ออก หรือว่าเราไม่ชำนาญเรื่องตัวเลขกันแน่ &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5093034424445332642" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 165px; CURSOR: hand; HEIGHT: 235px; TEXT-ALIGN: center" height="262" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/Rq4X0zHmbKI/AAAAAAAAAAk/vsXGz1Ib2z4/s320/05_jsc2003e50439.jpg" width="165" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;ผ่านไปสามนาที ครูฝึกก็จับหน้ากากมาครอบปากครอบจมูกให้ ผมก็เลยรีบสูดออกซิเจน 100% เข้าไปอย่างฉ่ำปอด หายมึนภายในไม่กี่วินาที และเมื่อจบการทดลอง ก็ปรากฏว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวผมก็คือ มือกระตุก เล็บม่วง ปากม่วง และหน้าซีด ซึ่งเป็นอาการของ hypoxia นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนออกจาก chamber ครูฝึกเขาก็คืนกระดาษข้อสอบให้ ซึ่งผมเขียนไปนิดเดียวเอง น่าสมเพชมาก แล้วก็มาลองนั่งคิดดูว่าที่ทำไม่ได้นี่เป็นเพราะว่าอาการของ hypoxia แน่รึเปล่า แต่สุดท้ายก็สรุปได้ว่า ส่วนหนึ่งมันคงมาจากความไม่ชำนาญทางด้านเลขเป็นการส่วนตัวด้วยล่ะ พอเหอะ ยิ่งพูดยิ่งสมเพชตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกสิ่งหนึ่งที่เรารู้จากวิชาภาวะร่างกายพร่องออกซิเจนคือ เมื่อร่างกายเราขาดออกซิเจน เวลาของความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองได้ หรือว่าที่ภาษาทางการบินเขาเรียกว่า T.U.C. (Time of Useful Consciousness) จะลดลงตามระดับความสูง ซึ่งสำหรับ 25,000 ฟุตก็คือ 3-5 นาที สำหรับระดับความสูงของการบิน (35,000 ฟุต) จะเหลืออยู่ที่ 30-60 วินาทีเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเวลาใส่หน้ากากออกซิเจนฉุกเฉินต้องใส่ให้ตัวเองก่อนที่จะไปช่วยคนอื่น เพราะว่ายิ่งเสียเวลากับคนอื่น หรืออย่างอื่นมากเท่าไหร่ เวลาที่จะรักษาชีวิตตัวเองก็จะยิ่งน้อยเท่านั้น ยอมเป็นคนเห็นแก่ตัว ใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาทีมาใส่หน้ากากให้ตัวเองก่อนเพื่อจะรักษาชีวิตคนรอบข้างได้อีกหลายชีวิต ไม่ต้องทำตัวเป็นฮีโร่ผู้เสียสละ มิฉะนั้นจะกลายเป็นฮีร่วงผู้เอาชีวิตตัวเองไม่รอด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7990492565604625064-5803230284658140928?l=susamaa.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://susamaa.blogspot.com/feeds/5803230284658140928/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=7990492565604625064&amp;postID=5803230284658140928' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/5803230284658140928'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7990492565604625064/posts/default/5803230284658140928'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://susamaa.blogspot.com/2007/07/hypoxia-got-me-bad.html' title='ยิ่งสูง...ยิ่งหนาว...Hypoxia got me bad'/><author><name>Susama</name><uri>http://www.blogger.com/profile/11406401647874390563</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_LjTfTBXxnFE/Rq4W5zHmbHI/AAAAAAAAAAM/UcG99npNlcA/s72-c/HB-chamber.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>5</thr:total></entry></feed>
